รีวิว A Chinese Odyssey part III (2016) ไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน 3 (ตอนที่ 1)

รีวิว A Chinese Odyssey part III (2016) ไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน 3 (ตอนที่ 1)

ch008

https://www.youtube.com/watch?v=mqKmFXN5x-o

ปีนี้เป็นปีแห่งหนังภาคต่อข้ามทศวรรษครับ ตอนแรกนึกว่า Zoolander กับ My Sassy Girl มีภาคต่อที่ห่างจากภาคที่แล้ว 15 ปี ผมว่าก็นานแล้วนะ แต่เจอเรื่องนี้แซงขาดไปเลยครับ

เรื่องนี้เป็นภาคต่อของ ไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน หากนับนิ้วหักลบแล้วก็จะพบว่าสร้างห่างจากภาคที่แล้วถึง 21 ปีครับ คือชนะเลิศไปเลยนะ ขนาด Star Wars ภาค Return of the Jedi กับ Episode I ที่ว่าห่างกันนานๆ ยังห่างแค่ 16 ปีน่ะครับ

อันว่าไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน 2 ภาคแรกเป็นงานแสดงชิ้นเด่นอีกเช่นหนึ่งของเฮียโจวซิงฉือครับ ตัวหนังทำออกมาได้สนุก และที่มีมากกว่าความสนุกคือแก่นสารสาระ หนังแฝงประเด็นเรื่องความรัก-ความแค้น-การปล่อยวางในโลกอันแสนวุ่นวายลงไปอย่างพอเหมาะ และที่หลายคนจดจำได้ดีคือความซึ้งในบทสรุปที่แอบเสียดแทงใจผู้ชมอยู่ลึกๆ

จำได้ว่าตอนฉายในบ้านเรา หนังภาค 2 ถูกบ่นมากมายว่าดูยาก ซึ่งก็ไม่ปฏิเสธครับ เพราะการตัดต่อเรียงลำดับเรื่องมันอาจเร็วและห้วนจนงงไปนิด แต่พอเอามาดูซ้ำแบบเก็บรายละเอียดจะพบว่ามันมีของดีแบบที่หาไม่ได้ในหนังเรื่องอื่นๆ ของเฮียโจว

ch002

โดยส่วนตัวผมว่าหนังจบสมบูรณ์ไปในภาค 2 แล้วครับ จบแบบไม่ต้องสานต่ออะไรอีกแล้วล่ะ แต่พอมีการทำภาค 3 ออกมาอีกโดยมี Jeffrey Lau หรือ หลิวเจิ้นเหว่ย ผู้กำกับจาก 2 ภาคแรกตามมากำกับ ผมก็พร้อมจะตามไปดูน่ะครับ แต่ลึกๆ ก็เผื่อใจไว้เยอะเหมือนกัน (ยิ่งหนังจีนยุคนี้เน้น CG จนลืมทุกสิ่งอย่างด้วย)

ภาคนี้สานต่อเรื่องจากภาคที่แล้ว หลักๆ หนังก็ว่าด้วยความรักของจางจุนเป่าและนางฟ้าจื่อเสีย ประมาณว่าจื่อเสียใช้กล่องแสงจันทร์ทะลุเวลาไปดูอนาคตแล้วก็พบว่านางจะไม่สมหวังในรัก (แบบที่เราเห็นในตอนจบภาค 2) นางเลยพยายามเปลี่ยนปัจจุบันเพื่อที่อนาคตจะได้จบลงด้วยดี

แต่เรื่องมันยังมีอะไรซับซ้อนกว่านั้นครับ มันมีเรื่องของสวรรค์มาเกี่ยวด้วย แต่จะเกี่ยวยังไงแนะนำให้ลองชมเองจะดีที่สุดครับ เพราะปมความซับซ้อนนี้ก็ช่วยให้หนังดูน่าสนใจขึ้นไม่น้อยเหมือนกัน

ผมก็ขอมองหนังเรื่องนี้ในหลายมุมนึดนึงครับ มุมแรกคือมองในฐานะหนังภาคต่อ ก็บอกได้ว่า 2 ภาคแรกมันเข้าขั้นคลาสสิกกว่า ประเด็นต่างๆ มันดูกลมกลืนและมีความหมายกว่า แม้การเดินเรื่องภาค 2 อาจจะงงนิดๆ แต่หากเอามาเรียงลำดับดีๆ ก็จะพบว่าเรื่องมันลึกซึ้งพอดู และทุกอย่างก็จบไปแล้วในภาค 2 นั่นแหละ

ch003

ในขณะที่ภาคนี้จริงๆ ก็ชื่นชมคนเขียนบทเหมือนกันครับ พยายามหาประเด็นมาจับ เหมือน Back to the Future II หรือ The Mummy Returns น่ะครับ ที่พยายามใส่เรื่องราวเพิ่มเข้าไป ประมาณว่าที่เราเห็นในภาคแรก มันอาจยังไม่หมดนะ มันอาจมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่ในเรื่องราวภาคแรกนะ

ซึ่งประเด็นและเรื่องที่เพิ่มเข้ามาจะว่าไปก็ไม่เลวน่ะครับ ถือเป็นการเพิ่มเบื้องหน้าเบื้องหลังให้กับเรื่องใน 2 ภาคแรกได้เข้าท่าพอตัว แต่ส่วนหนึ่งเพราะ 2 ภาคแรกมันจบลงตัวในแบบของมันไปแล้วน่ะครับ เลยทำให้การพยายามเสริมเรื่องคราวนี้แม้จะเข้าท่า แต่ก็ดูจะไม่จำเป็นเท่าไร

นอกจากนี้ระหว่างดู จริงๆ ผมก็เพลินไปกับเรื่องราวนะ แต่พอดูจบแล้วมานั่งคิดก็จะพบว่าหลายอย่างมันก็มีจุดโหว่เหมือนกัน และบางคำอธิบายในภาคนี้แทนที่จะทำให้กระจ่าง ดันก่อให้เกิดคำถามใหม่แทนซะอีก และอีกอย่างคือหากยึดเอาตอนจบภาคนี้ล่ะก็ จะเท่ากับตอนจบที่กินใจมากๆ ในภาค 2 จะหายไปเลย (ซึ่งลึกๆ ในใจผมก็ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นน่ะครับ)

ดังนั้นหากมองในมุมภาคต่อ ก็แอบรู้สึกผสมๆ กันน่ะครับ จะว่าโอเคก็โอเคอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าภาค 2 มันลงตัวไปแล้ว และจบซึ้งดีด้วย ดังนั้นภาคนี้แม้จะทำออกมาไม่เลวก็ตาม แต่ในฐานะคนดู 2 ภาคแรกมาแล้วชอบมาก ก็อยากจะมองว่าภาคนี้เป็นภาคผนวกมากกว่าจะเป็นภาคต่อจริงจัง
ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาต่อกันครับ
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
ch004

Similar Videos

รีวิว The Heat (2013) เดอะ ฮีท คู่แสบสาว มือปราบเดือดระอุ

2524 0

ผมได้ยินกิตติศัพท์ของหนังเรื่องนี้มา 2 อย่าง อย่างแรก คือ หนังแซ่บสนุกสนานสะท้านทรวง อย่างที่ 2 คือ ฉบับพากย์ไทยของหนังปวดจิตสะท้านตับ หลังจากดูแล้วพบว่าจริงทุกประการ!

รีวิว Renegades (2017) เรเนเกดส์ ทีมยุทธการล่าโคตรทองใต้สมุทร

1637 0

ลองเป็นหนังที่ว่าด้วยการตามล่าหาขุมทรัพย์นี่ผมก็ต้องดูเสมอครับ เพราะชอบหนังแนวนี้มาก แต่ก่อนดูก็เผื่อใจไว้ พร้อมทั้งความความคาดหวัง เพราะดูจากแนวแล้ว นี่ไม่ใช่หนังผจญภัยล่าขุมทรัพย์ แต่น่าจะเป็นอะไรที่คล้ายๆ กับ Three Kings มากกว่า

รีวิว Revolt (2017) สงครามจักรกลเอเลี่ยนพิฆาต

1315 0

เรื่องนี้ดูไปสักพักก็ชวนให้นึกถึง Edge of Tomorrow ผสม The Bourne Identity ครับ ประมาณว่าตัวเองตื่นมาแล้วเบลอๆ จำอะไรไม่ได้ แล้วก็ต้องมาฝ่านรกเอาตัวรอดจากสารพัดหายนะที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา แรกๆ ผมก็นึกว่ามันจะเน้นไซไฟผสมแอ็กชัน แต่เอาเข้าจริงกลิ่นอายไซไฟยังไม่ชัดเท่าไรครับ และในแง่หนึ่งก็ชวนให้นึกถึงหนังเกรดบีที่ฉากหลังมักเป็นผืนดินผืนทรายโล่งๆ (ระหว่างดูก็นึกถึง Nemesis ขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง) Lee Pace รับบทเป็นพระเอกครับ หลายท่านอาจจำไม่ได้ว่าพี่แกคือโรแนน ตัวร้ายใน Guardian of the Galaxy (ซึ่งก็ไม่แปลกหากจำไม่ได้ เพราะเรื่องนั้นเมคอัพซะ) แล้วอีกบทที่เด่นคือ ธรันดูอิล แห่งไตรภาค The Hobbit แต่สำหรับผมแล้ว หนังเรื่องแรกที่ทำให้ผมจำเขาได้ต้องยกให้ The Fall หนังแฟนตาซีชั้นดีของ