รีวิว Dad’s Army (2016) กองร้อยป๋า ล่าจารชน

รีวิว Dad’s Army (2016) กองร้อยป๋า ล่าจารชน

dm001

Dad’s Army คือซีรี่ส์ตลกยอดนิยมของอังกฤษเมื่อช่วงยุค 70 ครับ ทำออกมาถึง 9 ซีซั่น เนื้อหาเกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าด้วยทหารรุ่นเก๋าอายุคราวพ่อในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของอังกฤษที่พยายามปกป้องมาตุภูมิและรับมือกับการรุกรานของพวกเยอรมัน

แต่แน่นอนล่ะครับว่าการปกป้องของพวกเขานั้นออกแนวฮาและน่ารักมากกว่าจะโหดหรือจริงจังแบบหนังสงครามทั่วๆ ไป ซึ่งลีลาขำแบบอังกฤษแบบนี่แหละที่ทำให้ซีรี่ส์มีคนชื่นชอบกันมากมาย

และนี่คือการรีเมคครับ เอามาทำเป็นหนังใหญ่กำกับโดย Oliver Parker (Johnny English Reborn) เนื้อหาก็คงเค้าเดิมไว้ ตัวเอกก็คือเหล่าทหารรุ่นเดอะของเมืองวอลมิงตัน-ออน-ซี ที่ตั้งมั่นรับมือกับการรุกรานของจารชนนาซีที่จ้องจะส่งข่าวกรองไปให้เยอรมัน

แล้วไหนจะต้องรับมือกับเสน่ห์ของนักข่าวสาวสวย โรส วินเธอร์ส (Catherine Zeta-Jones) ที่มาทำข่าวในเมืองนี้อีก นี่ยังไม่รวมการต้องรับมือกันเองเพราะแต่ละคนก็หาเรื่องกวนกันได้ไม่เว้นแต่ละวันด้วย (ประมาณว่าแก่แล้ว แต่บางวาระก็ไม่ลืมแก่กันน่ะครับ 555)

dm002

หนังก็เป็นตลกแบบอังกฤษครับ มุกอาจไม่ได้ฮาแตกอะไรมาก แต่ออกแนวน่ารัก ซึ่งผมยกความดีความชอบที่หนังมีให้กับการแสดงระดับมืออาชีพของดารารุ่นใหญ่ทั้งหลายครับ หากไม่ได้พวกเขานี่ ผมเชื่อว่าหนังจะดูธรรมดาไปเลยล่ะ

เริ่มจาก Toby Jones ที่เล่นได้ฮาและน่ารักมาก หลายฉากฮากระจายเพราะพี่แกนี่แหละ (เอาแค่ตอนรับโทรศัพท์กับตอนเอานิ้วจิ้มแผนที่ก็ได้ใจแล้วล่ะ) ตามด้วย Bill Nighy ที่ขานี้มาในมาดนิ่ง แต่ก็สร้างความฮาแบบหน้าตายได้ในหลายวาระ

อีกคนที่ฮาจนน่าจดจำคือ Michael Gambon (ดัมเบิลดอร์นั่นแหละครับ) มีบทจะไม่มาก แต่ลุงเขาใช้ความน่ารักสร้างรอยยิ้มให้หนังได้เป็นพักๆ แต่จะไม่ได้ออกแนวฮาแบบชัดเจนครับ ออกแนวทำให้เรายิ้มและคิดในใจว่า “ทำไปได้นะลุง” 555

ส่วน Zeta-Jones ก็เรื่อยๆ ครับ จะว่าไปคือไม่เด่นอะไร เพราะบทขำๆ โดนพวกดารารุ่นปู่ซิวไปหมด บทเธอเลยออกแนวมาสมทบ มาขับเน้นเรื่องราวมากกว่าครับ ระหว่างดูก็คิดไปน่ะเน้อะว่า Zeta-Jones เองก็ดูแก่ขึ้นพอตัวแล้วนะ แล้วก็นึกถึงตัวเองครับ ดูมาตั้งแต่เธอยังปิ๊ง ตอนนี้เธอเริ่มสูงอายุแล้ว… เราก็คงแก่ขึ้นเหมือนกันแฮะ

dm003

ตัวหนังอาจไม่ได้เด็ดอะไรมากครับ ถ้าถอดการแสดงของเหล่าดารารุ่นใหญ่ออก หนังอาจจะดูไม่น่าสนใจไปเลยก็ได้ เพราะตัวเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรมาก หรือมุกตลกเสียดสีอื่นใดก็ไม่ได้คมเข้มอะไร เรียกว่าความตลกที่ปรากฏในหนัง เกิดจากการแสดงดีๆ ล้วนๆ ครับ ไม่ได้เกิดจากบทหรือสถานการณ์อะไรสักเท่าไร

นอกจากการแสดงดีๆ แล้ว ข้อดีอีกอย่างของหนังคือโลเกชั่นสวยๆ แบบชนบทของอังกฤษครับ หนังไปถ่ายกันแถบยอร์คเชียร์ ซึ่งเราจะได้เห็นหน้าผาสวยๆ หาดงามๆ และบ้านเมืองเล็กๆ ที่อุดมด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า และยิ่งหนังสมัยใหม่ถ่ายทำแบบคมชัดด้วย ความสวยยิ่งเด่นชัดเข้าไปใหญ่ครับ

โดยรวมถือเป็นหนังเบาสมองแบบอังกฤษที่ทำท่าเหมือนจะน่าสนใจครับ แต่ผลลัพธ์ก็ออกมากลางๆ อย่างที่บอกว่าตัวหนังจริงๆ ไม่มีอะไรมาก แต่มาได้การแสดงฮาๆ นี่แหละที่ช่วยหนังไว้ได้ ก็ถือว่าเหมาะสำหรับคอหนังตลกอังกฤษครับ อย่างน้อยดูเหล่ารุ่นใหญ่มาปล่อยแก่กัน ก็โอเคแล้วล่ะ
คะแนนความชอบ 6/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
dm004

Similar Videos

รีวิว 4 มหากาฬพญายม 2 (2013) The Four II

1521 0

4 มหากาฬพญายม 2 ถือเป็นภาคต่อที่เวิร์กไม่เลวครับ คือมันอาจไม่ได้ดีสุดยอด แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดูเพลินในระดับหนึ่ง ซึ่งหักกลบลบแล้วก็น่าจะพอๆ กับภาคแรกอยู่ครับ

รีวิว All of My Heart: Inn Love (2017)

2485 0

https://www.youtube.com/watch?v=n8V5AcuL44Q All of My Heart ภาคแรกเป็นเรื่องของชายหนุ่มหญิงสาวที่จำต้องมาแบ่งกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังเดียวกัน จากตอนแรกก็ออกแนวคู่กัดคนละขั้ว แต่พอเวลาผ่านไปหัวใจพวกเขาก็เริ่มสะกิดกันตามสูตรครับ

รีวิว Billy Lynn’s Long Halftime Walk (2016) บิลลี่ ลินน์ วีรบุรุษสมรภูมิเดือด

1732 0

จริงๆ หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นอะไรที่เข้าทางผมมากเลยครับ เพราะเป็นหนังดราม่าที่จับเอาช่วงเวลาหนึ่งของคนมาบอกเล่า ซึ่งหนังสไตล์นี้ที่ผมชอบก็ยกให้ American Graffiti, Stand By Me และหนังตระกูล Before Sunrise ทั้งหลาย