รีวิวซีรี่ส์ Suits ปี 1 – 3 (2011 – 2014) สูท คู่หูทนายแสบ

รีวิวซีรี่ส์ Suits ปี 1 – 3 (2011 – 2014) สูท คู่หูทนายแสบ

suits001

เพิ่งดูจบปี 3 ครับ ในขณะที่ตอนนี้มีถึงปี 6 แล้ว (และจริงๆ ทางช่องสั่งให้สร้างต่อจนถึงปี 7 โน่น) แต่เนื่องจากของเขาดี ของเขามันส์ ของเขาโดน เลยอยากนำมาเล่าก่อน อยากให้คอซีรี่ส์ได้ลองดูกัน (ถ้ายังไม่ได้ดูน่ะนะครับ)

เรื่องราวเกิดในสำนักทนายครับ ตัวเอกก็เป็นทนาย จนน่าจะทำให้หลายๆ คนคิดว่าซีรี่ส์จะเป็นแนว Courtroom Drama ประเภทว่าแต่ละตอนตัวเอกก็มาไขคดี มาสู้ความ มาสืบสวน มาหาทางเอาชนะ แต่เอาเข้าจริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ

ตัวเอกหลักๆ มี 2 คน คนแรก ฮาร์วี่ย์ สเปคเตอร์ (Gabriel Macht) ทนายความชั้นเซียนที่เก๋าเกมแบบโคตรๆ ส่วนคนที่ 2 คือ ไมค์ รอสส์ (Patrick J. Adams) หนุ่มหัวไวที่ไม่ได้จบกฎหมาย ไม่มีปริญญานิติศาสตร์ แต่ด้วยเหตุบังเอิญได้ทำให้เขามาเจอกับฮาร์วีย์ ในวันที่ฮาร์ลี่ย์กำลังสัมภาษณ์หาเด็กใหม่มาบรรจุในสำนักงานพอดี

พอคุยไปคุยมาฮาร์วี่ย์ก็เห็นว่าไมค์เก่งจริง เลยยินดีช่วยให้เขามาทำงาน แต่ด้วยความที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้จบกฎหมาย ปมอันนี้เลยกลายเป็นเหมือนหอกที่คอยทิ่มแทงเขาอยู่บ่อยๆ

Suits - Season 2
ซึ่งสำหรับคนดูแล้ว หอกที่ว่าคือหนึ่งในความสนุกของซีรี่ส์ครับ ประมาณว่าพอมีใครจะรู้ความจริงเรื่องนี้ เราก็ต้องมาลุ้นทุกทีว่าฮาร์วี่ย์และไมค์จะหาทางเอาตัวรอดไปได้ยังไง เพราะหากใครจับได้ขึ้นมานี่พวกเขาทั้งคู่ก็เตรียมเจอปัญหาใหญ่ได้เลย

ตอนแรกผมก็นึกว่ามันจะมาแนวสืบคดีหรือสู้คดีเป็นหลัก แต่เอาเข้าจริงมันออกแนวดราม่าผสมตลก เดินเรื่องไปเรื่อยๆ แบบไม่เชิงว่าจบในตอน คือกึ่งๆ เหมือนหนังจีนชุดน่ะครับ เนื้อเรื่องทั้งซีซั่นมันจะต่อกันไป อาจจะมีพล็อตรองบางพล็อตที่จบในตอน แต่ถ้าเป็นเนื้อเรื่องหลักก็จะถูกพูดถึงต่อเนื่องกันไปจนจบซีซั่นอะไรประมาณนั้น

ทีนี้ถ้าถามว่ามันสนุกตรงไหน อย่างแรกที่แซ่บมากคือนักแสดงครับ แต่ละคนระดับเทพทั้งนั้น Macht ไปได้ดีโคตรๆ ในบทฮาร์วี่ย์ ทนายชั้นเซียนที่กุมสถานการณ์ได้เก่งมากๆ คือพี่แกไม่ได้เก่งเว่อร์นะครับ คือมันเก่งแบบเชื่อว่าเป็นไปได้น่ะ เขาหัวไวและมีสติ รู้จักหลบหลีก รู้จักพุ่งชน รู้จักพยุงตัวเองตอนเสียหลัก

ส่วน Adams ก็เจ๋งมากกับบทไมค์ พี่แกดูฉลาดครับ ขณะเดียวกันก็ดูเป็นคนดี เป็นคนที่พยายามจะทำให้เกิดสิ่งดีๆ (แม้สิ่งที่เขาทำอย่างการปลอมปริญญาจะถือว่า “ไม่ซื่อ” และโกหก” ก็ตาม) หลายครั้งเลยล่ะที่พี่แกน่าสงสาร ยิ่งตอนจะโดนเปิดโปงนี่ก็อดไม่ได้ล่ะครับที่จะเอาใจช่วย

suits003
แต่รายที่ผมชอบโคตรๆ ต้องยกให้ Rick Hoffman ในบท หลุยส์ ทนายร่วมสำนักงานที่กึ่งๆ จะเป็นคู่แข่งกับฮาร์วี่ย์ในตอนแรก ผมชอบมากที่ทีมงานไม่ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นตัวอิจฉาที่น่ารำคาญ แต่ทำให้เขาเป็นปุถุชนที่มีรักโลภโกรธหลง มีบ้างที่ทำถูก มีบ้างที่ทำผิด บางทีก็หาเรื่องฮาร์วี่ย์ แต่บางทีก็เป็นบุคคลเดียวที่จะช่วยฮาร์วี่ย์ได้ และเนื่องจากพื้นฐานของหลุยส์นั้นเป็นคนน่ารักครับ เลยทำให้ตัวละครนี้มีเอกลักษณ์ ต่อให้พี่แกก่อเรื่องแค่ไหนก็เกลียดไม่ลง เพราะจริงๆ พี่แกไม่ได้ชั่วร้ายอะไร ถือเป็นตัวละครที่ชูรสซีรี่ส์ชุดนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ตามด้วย Sarah Rafferty ในบท ดอนน่า เลขาของฮาร์วี่ย์ รายนี้ก็โคตรเยี่ยมครับ แค่แววตาท่าทางก็สุดยอดแล้ว โดยส่วนตัวผมว่าเธอสตรองที่สุดเลยนะ หัวไวดี (จริงๆ ผมว่าเธอฉลาดไม่แพ้ไมค์เลยนะ) และ Meghan Markle รายนี้ก็น่ารักครับ และเป็นตัวละครที่ซับซ้อนไม่น้อย โดยเฉพาะความรู้สึกที่เธอมีต่อไมค์น่ะ (อันนี้ไม่อยากสปอยล์ แต่ดูไปปีหลังๆ จะเข้าใจครับ)

ปีแรกถือว่าเปิดตัวได้สนุกครับ ถ้าถามว่าพล็อตหลักมันคืออะไร หลักๆ ก็จะเป็นการทำงานของฮาร์วี่ย์กับไมค์ที่จะมีคดีมาให้จัดการ แต่ลักษณะของการจัดการจะไม่ใช่สู้กันจนแพ้คดีไปข้าง แต่จะออกแนวประนีประนอมหาข้อยุติ ส่วนพล็อตรองก็จะเป็นพวกความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร และที่ลืมไม่ได้คือปม “ความลับของไมค์” ที่ทีมงานสามารถนำมาเล่นให้เกิดความลุ้นได้อย่างดี

suits004
ปี 2 ก็สนุกครับ ต่อยอดจากปีแรกได้ดี ในขณะที่ปี 3 นี่ถือว่ามันส์สุดแล้ว มีอะไรเยอะมาก และครึ่งหลังของปี 3 นี่ก็น่าติดตามทุกตอนน่ะครับ มันมีอะไรให้ลุ้นให้แก้ปัญหากันเยอะมาก บางตอนก็บีบคั้นสุดๆ บางตอนก็ซึ้งแบบคาดไม่ถึง (โดยเฉพาะฮาร์วี่ย์กับหลุยส์นี่ ชอบฉากที่ฮาร์วี่ย์พูด “คำนั้น” กับหลุยส์มากๆ)

อยากให้ลองดูกันครับ มันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากระหว่างดราม่าจริงจังกับความเบาสมองและอารมณ์ขัน ซึ่งผมว่าไม่ค่อยมีซีรี่ส์ไหนที่ทำได้ถึงขนาดนี้นะ ปกติถ้าไม่ดราม่าไปเลยก็จะสืบสวนไปเลยหรือไม่ก็ตลกไปเลย แต่นี่มีครบทุกรส แต่ไม่ได้หลุดโลก มันดูจริงในระดับหนึ่งเลยล่ะครับ
คะแนนความชอบ 8.5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Dumb and Dumber To (2014) ใครว่าเราแกล้งโง่ วะ

1622 0

Dumb and Dumber To มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เหมือนภาคต้นฉบับเลยครับ ตั้งแต่คู่หูดูโง่ ลอยด์ (Jim Carrey) และ แฮร์รี่ (Jeff Daniels) ที่เปิดเรื่องมาก็มีเรื่องเพี้ยนเรียกน้ำย่อย ตามด้วยการแวะไปกวนโอ๊ยเจ้าหนูตาบอดเลี้ยงนก ถัดมาก็มีเหตุให้พวกเขาต้องเดินทางไปหาใครสักคน (คราวนี้เป็นทริปไปหาลูกของแฮร์รี่ครับ) พร้อมกับนำของหนึ่งชิ้นไปส่งให้คนๆ นั้น

รีวิว We Are Your Friends (2015) วี อาร์ ยัวร์ เฟรนด์

2442 0

We Are Your Friends จัดเป็นหนังวัยรุ่นตามฝันแบบเดียวกับ Step Up เพียงแต่เปลี่ยนโจทย์ความฝันจาก “การเต้น” มาเป็น “ดีเจ” ครับ

รีวิว Steve Jobs (2015) สตีฟ จ็อบส์

2007 0

ผมเป็นคนชอบ “หนังดราม่ามันส์ๆ” ครับ และหนังเรื่องนี้ก็ตอบโจทย์สำหรับผมได้ดีทีเดียว