รีวิว Barely Lethal (2015) สายลับหัดเริ่ด

รีวิว Barely Lethal (2015) สายลับหัดเริ่ด

url

Barely Lethal ชวนให้นึกถึงหนังสไตล์เจมส์ บอนด์หรือเจสัน บอร์น แล้วบวกด้วยลีลาหนังฟรุ้งฟริ้งตามแบบวัยรุ่นน่ะครับ

Hailee Steinfeld รับบท เมแกน วอลช์ สาวน้อยที่ถูกองค์กรฝึกนักฆ่าชุบเลี้ยง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเธอก็ตระหนักว่าชีวิตมันมีอะไรมากกว่าแค่การฆ่าฟันครับ มันยังมีความรัก มิตรภาพ เพื่อนๆ และความฝันหวานๆ สไตล์วัยรุ่นวัยวุ่น เธอเลยอยากจะผันตัวเองไปใช้ชีวิตปกติ แต่แน่นอนว่ามันไม่ง่ายดังใจหรอก

หนัง ก็ดูได้เรื่อยๆ ครับ อาจไม่เด่นหรือน่าจดจำนัก แม้จะได้ดาราอย่าง Steinfeld, Samuel L. Jackson, Jessica Alba และ Rachael Harris มาร่วมแจมก็ตาม

เท่าที่ดูหนังเทน้ำหนักไปที่ความตลกสนุกสนานแบบหนังวัยรุ่นมากกว่าครับ แอ็กชันมีประปรายและไม่ได้เน้นนัก พวกปมหรือประเด็นต่างๆ ก็ไม่ซับซ้อนอะไร อันที่จริงคือหลายๆ ปมพอเดาได้ครับว่าจะลงเอยยังไง

โดยเฉพาะไคลแม็กซ์ที่เมแกนเจอเรื่องอันตราย เราก็พอเดาได้อยู่ครับว่าเธอต้องรอดแหงมๆ (ก็ลองว่าหนังเล่าแบบสนุกๆ มาทั้งเรื่อง ถ้าหักมุมจบแบบตายกันเลือดสาด มันก็คงกระไรอยู่)

แต่ก็ยังดีครับที่หนังออกมาไม่น่าเบื่อเกินไป และธีมที่หนังพยายามเน้นก็คือคำว่ามิตรภาพ คำว่าครอบครัว และวิถีชีวิตแบบวัยรุ่นที่มีทั้งยามไร้สาระและยามเรียนรู้ชีวิต ซึ่งไม่ว่าเราจะเติบโตมาในสภาวะแวดล้อมแบบไหน

ความต้องการค้นหาตัวตนที่แท้จริงนั้น ก็เป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ในตัววัยรุ่นทุกคนอยู่แล้วครับ ซึ่ง ณ ช่วงเวลาแห่งการค้นหานั้น คนรอบตัวเรา หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะมีผลอย่างยิ่งทีเดียว

แต่อย่ามองในแง่ความสมเหตุผลนะครับ เพราะหนังทำออกมาในโทนเบาๆ อย่างการฝึกความเป็นนักฆ่าขององค์กรนั่นก็ทำออกมาให้จงใจดูขำล่ะครับ เพราะขืนของจริงฝึกแบบนั้น เด็กจะไปเชี่ยวเรื่องการฆ่าได้ยังไง และตัวเมแกนเองแม้จะอยู่ในองค์กรนักฆ่าตั้งแต่เกิด แต่เธอดันแบ๊วซะ แล้วไม่ใช่เธอนะครับ เพื่อนร่วมองค์กรทุกคนนั่นแหละ ออกแนวสาวๆ ไฮสคูลมากกว่าจะเป็นนักฆ่า (คนละเรื่องกับ Hanna เลยครับ)

สรุปว่าดูเพลินๆ พอได้ครับ รอดูแผ่นก็ได้ครับ
คะแนนความชอบ 5.5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Room (2015) รูม ขังใจไม่ยอมไกลกัน (มีสปอยล์ ตอนจบ)

2204 0

พอดูจนจบผมรู้สึกอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือรู้สึกชอบรสมือของผู้กำกับ Abrahamson ที่เล่าเรื่องได้ถึงอารมณ์ อีกทั้งยังเอาล่อเอาเถิดกับอารมณ์คนดู ประมาณว่าครึ่งแรกของหนังมันได้วางเงื่อนไขทางอารมณ์ให้เรา “กลัว” ในหลายๆ สิ่ง และทำให้มุมมองของเราห่างไกลจากคำว่า “โลกสวย” ไปพอสมควร ว่าง่ายๆ คือหนังแอบทำให้เราเกิดอาการมองโลกในแง่ร้ายได้ในระดับหนึ่ง อย่างที่ 2 ที่รู้สึกคือ รู้สึกดีใจที่ดูหนังจนจบครับ เพราะถ้าไม่ดูให้จบนี่คาใจตายเลยนะ และที่สำคัญคือครึ่งหลังมันเหมือนเป็นการเยียวยาอารมณ์หดหู่เมื่อตอนต้นให้ฟื้นคืนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้จะไม่ถึงกับทำให้เราแฮ้ปปี้ลัลล้าก็เถอะ แต่มันก็ทำให้เรายิ้มออกมาได้ ทำให้เราพร้อมยืนหยัดเผชิญโลกต่อไปได้ ไม่ว่าเราจะเจอเรื่องร้ายหรือดี ไม่ว่าเราจะเจอโลกสวยหรือทรามก็เถอะ จริงๆ เราอาจรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันโลกไม่สวยน่ะนะครับ แต่หากมองดีๆ ก็จะพบว่ามันแค่นำเอาด้านลบที่มีอยู่จริงในโลกมานำเสนอเท่านั้นแหละ และเอาเข้าจริงแล้วโลกนี้ก็ไม่ได้สดสวยหรือต่ำทรามไปเสียทั้งหมด ชีวิตคนก็เจอได้ทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย ซึ่งจุดสำคัญก็คือเราจะจัดการกับมันยังไง เราจะรับมือมันได้ไหม อีกทั้งเราต้องยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ในทุกขณะของชีวิต มันไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน อะไรที่ขึ้นได้มันก็ลงได้ อะไรที่มีได้ก็หมดได้ มันคือสัจธรรมครับ

รีวิว Kill Switch (2017) วันหายนะพลิกโลก

1688 0

ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมบ้างหรือเปล่าน่ะนะครับ แต่ผมว่าปีนี้ความน่าสนใจของภาพยนตร์ฉายโรง (หรือกระทั่งหนังแผ่น) มันดูน้อยลงยังไงก็ไม่รู้ ว่าง่ายๆ คือหนังน่าดูมันลดปริมาณลงแฮะ เมื่อต้นปีก็ได้ข่าวครับว่าคนวงการหนังก็มาคาดการณ์กันว่าปีนี้ตลาดหนังจะซบเซา ซึ่งผลก็ดูจะเซาจริงๆ ในแง่รายได้ก็ถือว่าเรื่อยๆ ไอ้ที่ปังก็มี แต่ที่นิ่งๆ กับแป้กๆ ดูจะมีเยอะกว่า ในขณะที่ความสดหรือความน่าสนใจของหนังก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น หนังที่ทำออกมาสนุกๆ อย่างสารพัดหนังฮีโร่ แม้จะทำได้ดีก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความฮือฮาแบบเมื่อ 10 ปีก่อนอีกแล้ว เหมือนอะไรๆ มันจะเริ่มอิ่มตัวน่ะครับ อย่างหนังเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ดูแล้วชวนให้นึกถึง Skyline ที่จำได้ว่าตอนนั้นตัวหนังอย่าง Skyline เองก็ทำให้คอหนังเกิดความอยากดูไปไม่น้อย แม้ผลที่ได้จะไม่เข้าเป้าอะไรมาก แต่มันดูน่าสนใจและเรียกกระแสได้ประมาณหนึ่งน่ะครับ อีกเรื่องที่ทำให้นึกถึงก็ Hardcore Henry ที่ทำเอาคนมึนหัวไปหลายราย (ผมก็หนึ่งในนั้นครับ) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอารมณ์ก่อนเราเดินเข้าโรงไปนั้น มันรู้สึกถึงความสด แม้จะไม่ใหม่ 100% แต่ก็ยังมีแรงดึงดูดอยู่ ทว่ากับเรื่องนี้

รีวิว Central Intelligence (2016) คู่สืบ คู่แสบ

1335 0

ว่าตามจริงหนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ฮาแบบตึ้งโป๊ะ ไม่เหมือนพวกหนังฮาเรื่องก่อนๆ ของ Kevin Hart แต่กระนั้นผมก็ยังชอบครับ หนังถือว่าสนุกดูเพลิน และมีอารมณ์ขันแบบแฝงความน่ารักเอาไว้เยอะอยู่เหมือนกัน