รีวิว Rough Night (2017) ปาร์ตี้ชะนีป่วน

รีวิว Rough Night (2017) ปาร์ตี้ชะนีป่วน

หนังแนวสาวๆ รวมตัวกันไปรั่วนั้น ปีนี้ถือว่ามีหลายเรื่องเลยครับ นอกจากเรื่องนี้ก็ยังมี Girls Trip (ที่ดูจะเป็นหนังฮาผสมคุณภาพ) แล้วอีกเรื่องก็ภาคต่อของ Bad Moms ซึ่งถ้าใครชอบแนวนี้ก็น่าจะจุใจอยู่

สำหรับเรื่องนี้ ยอมรับว่าพอดูหน้าหนังดูอะไรๆ แล้วก็ทำใจล่วงหน้าว่าหนังน่าจะเน้นฮา แต่ไม่น่าจะมีอะไรเด่น ว่าง่ายๆ คือเรื่องสาระก็ไม่น่าจะมีมากมาย ดูเอาขำเอาฮาเป็นหลัก ซึ่งพอดูแล้วก็ได้อารมณ์ประมาณนั้นน่ะครับ

เรื่องของเจสส์ (Scarlett Johansson) สาวมั่นที่กำลังลงเลือกตั้งและกำลังจะแต่งงานในอีกมิช้ามินาน ทีนี้เพื่อนสมัยเรียนทั้ง 3 ของเธอเลยจัดปาร์ตี้สละโสดให้ ซึ่งก็ได้แก่ อลิซ (Jillian Bell), แบลร์ (Zoe Kravitz) และ แฟรงกี้ (Ilana Glazer)

พวกเธอยกขบวนกันไปไมอามี่ครับ ไปพักกันที่บ้านริมหาด แล้วเจสส์ยังเชิญเพื่อนใหม่อย่างปิ๊ปปี้ (Kate McKinnon) มาร่วมแจมปาร์ตี้นี้ด้วย แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าปาร์ตี้หนนี้จะวุ่นวายเลวร้ายหนักหนาเกินควบคุม

การดูหนังเรื่องนี้ทำให้ผมตระหนักครับว่า ผมไม่ใช่คอหนังแนวนี้ หนังประเภทที่ตัวละครไปเมาปลิ้นวุ่นวายแบบลืมโลก ทำเรื่องบ้าบอหนักหนาเกิน อย่าง The Hangover ที่ฮิตๆ นั่น บอกตรงๆ ว่าผมก็เฉยๆ ครับ ไม่ได้ชอบมากมายอะไร

แต่ผมกลับชอบหนังแบบ Last Vegas นะ หนังประเภทที่ขึ้นต้นด้วยปาร์ตี้สังสรรค์ชวนให้วุ่นวาย แต่ลงท้ายด้วยการเรียนรู้อะไรสักอย่าง ได้สาระประโยชน์ติดหัวกลับมาหลังดูจบ… ว่าง่ายๆ คือชอบหนังแนวนี้ที่มีสาระนั่นเองครับ

ส่วนเรื่องนี้ เรื่องราวมันก็วุ่นจริงๆ แหละครับ มีการเสพยา ทำอะไรบ้าๆ สนุกๆ แต่มันดันเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ก็เลยกลายเป็นปาร์ตี้พาเครียดและพาลุ้นแทน ซึ่งถ้าใครชอบหนังสไตล์นี้ก็น่าจะสนุกน่ะครับ แต่หากใครไม่ชอบอะไรที่มันว่าด้วย “พฤติกรรมรั่วๆ ที่เกินพอดีของคน” ก็อาจอึดอัดพอประมาณ

อย่างเรื่องนี้เหตุที่เกิดผมว่ามันหนักนะ มันเป็นเรื่องถึงชีวิตเลยผมแอบรู้สึกว่ามันแรงจนไม่ว่าจะหาทางลงอย่างไรก็ตาม แต่มันก็ยากจะรู้สึกสนุกไปกับมันได้ เพราะมันเป็นเรื่อง “ถึงชีวิต” น่ะครับ มันยากจะทำให้รู้สึกตลกกับเรื่องนี้ได้

และตัวละครในเรื่องก็ยอมรับเลยว่าแอบรำคาญนะ โอเค เจสส์น่ะดูปกติ แต่อลิซน่ะเยอะเกิน ซึ่งถ้ามองในแง่แคสติ้งแล้วก็ถือว่าเลือกได้ดีล่ะครับ Bell เหมาะโคตร แต่เพราะว่าเหมาะนี่แหละเลยทำให้รู้สึกว่าความน่ารำคาญทวีคูณขึ้น

จริงครับที่หนังลงเอยด้วยความซึ้ง (เท่าที่จะซึ้งได้ – สำหรับหลายคนก็น่าจะไม่ซึ้ง) แล้วก็มีสาระประปราย แต่ด้วยความที่หนังออกทะเลไปไกล แล้วไหนจะมีดารารับเชิญอย่าง Ty Burrell และ Demi Moore เข้ามาทำให้แอบงง เพราะตอนแรกนึกว่าจะมีบทบาท แต่ไปๆ มาๆ บทนี้จะตัดออกก็ได้ครับ (เหมือนถูกใส่เข้ามาเพื่อมุกใต้สะดือโดยเฉพาะ)

ยอมรับว่าดูแล้วสะเปะสะปะทางอารมณ์เหมือนกันครับ บางจังหวะก็ขาด บางจังหวะก็เกิน และตัวละครบางทีก็ไม่น่าเอาใจช่วยเท่าไร แต่ก็นั่นล่ะครับ ผมไม่ถึงกับชอบ แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะไม่ชอบ ของแบบนี้หากอยากรู้ต้องลองครับ เผื่อจะเป็นแนวที่โดนสำหรับเรา

แต่พอดูแล้วก็พอเข้าใจว่าเพราะอะไรหนังถึงไปได้ไม่ไกลบน Box Office ครับได้ทั่วโลกรวมๆ $47 ล้าน จากทุนสร้าง $20 ก็ไม่ถึงกับขาดทุน เพราะตัวหนังก็เรื่อยๆ ครับ เหมือนจะสนุก แต่ก็มีช่วงแอบเบื่ออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน หลายซับพล็อตที่ใส่ลงมาก็ไม่ขำเท่าไร อย่างเรื่องของแฟนเจสที่เหมือนจะพยายามทำให้ขำ แต่ความขำมันน้อยน่ะครับ
คะแนนความชอบ 5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Kickboxer: Vengeance (2016)

1584 0

Kickboxer คือหนึ่งในหนังแอ็กชันที่สร้างชื่อให้กับ Jean-Claude Van Damme ครับ ถ้าไล่เรียงแล้วเขาดังแบบเต็มๆ จากเรื่อง Bloodsport ต่อด้วย Cyborg แล้วก็ดังซ้ำกับเรื่องนี้ครับ

รีวิว All Things Valentine (2016)

1761 0

เท่าที่ทราบมาคอหนังที่ติดตามหนังรักของ Hallmark จะเห็นคล้ายๆ กันครับ ว่าหนังรักช่วงวาเลนไทน์ปีนี้ของ Hallmark มาในโทนที่หวานแหววน้อยลง ความโรแมนติกก็ติดดินขึ้น และเน้นที่โลกแห่งความจริง มากกว่าจะอุดมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความฝัน ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับคนส่วนใหญ่นั่นแหละครับ เอเวอรี่ (Sarah Rafferty) คือบล็อกเกอร์สาวแนวศิราณีที่มีความทรงจำแย่ๆ เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ และยิ่งเธอมาช้ำรักในวันแห่งความรัก ความทรมานใจก็ยิ่งมาก แล้ววันหนึ่งเธอก็ให้คำแนะนำกับแม็คเคนนา (Kimberly Sustad) สาวเสิร์ฟที่กำลังไม่แน่ใจว่าคนที่เธอคบอยู่ตอนนี้คือคนที่ใช่หรือเปล่า และเธอก็แนะนำไปว่า หากเขาไม่ใช่สำหรับเธอ ก็ควรจะเดินหน้าต่อไป หาคนใหม่ที่ใช่กว่า แม็คเคนนาเลยบอกเลิกกับแฟนหนุ่ม โดยที่แฟนหนุ่มคนนั้นก็รู้ครับว่าเธอบอกเลิกกับเขาเพราะบล็อกเกอร์ศิราณีคนนั้นนั่นเอง เขาเลยคอมเมนต์แรงๆ ลงในบล็อกของเอเวอรี่ (แต่ไม่ได้ใช้ชื่อจริงลงท้าย) ซึ่งก็แน่ล่ะครับ เอเวอรี่โกรธมาก เลยมีการโต้ตอบออนไลน์ระหว่าง 2 คนนี้อยู่เนืองๆ จากนั้นเอเวอรี่ก็มีโอกาสได้เจอกับ เบรนเดน (Sam Page)

รีวิว Bushwick (2017) สู้ยึดเมือง

2111 0

แนวคิดตั้งต้นดีอีกแล้วครับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะการเอาประเด็นสงครามกลางเมืองมาใส่ลงในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือการถ่ายแบบ Long Take ซึ่งจริงๆ มันน่าจะเป็นจุดขายที่เข้าท่าไม่น้อยทีเดียว