รีวิวซีรี่ส์ MacGyver Season 1 (2016) (ตอนที่ 1)

รีวิวซีรี่ส์ MacGyver Season 1 (2016) (ตอนที่ 1)

พูดแบบไม่อ้อมค้อมครับว่าสิ่งที่ผมเขียนคงมีอคติเจืออยู่กว่า 90% ดังนั้นใครต้องการ Comment แบบเป็นกลาง ก็บอกได้เลยครับว่าคงไม่ใช่สิ่งที่ผมจะเขียนแน่ๆ… รวมถึงต้องขออภัยท่านที่ชอบ MacGyver ฉบับนี้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ผมบอกเลยว่าผมไม่มีปัญหากับท่านที่ชอบ ผมเคารพในความชอบ-ไม่ชอบของแต่ละคน เพียงแต่นี่คือความรู้สึกที่ผมมีต่อซีรี่ส์นี้เท่านั้นครับ

ออกตัวครับว่าชอบ MacGyver เวอร์ชั่นแรกมากๆ มันคือซีรี่ส์คลาสสิกที่หาได้ยาก สไตล์เรื่องออกแนวเจมส์ บอนด์เวอร์ชั่นอารมณ์ดีและไร้อาวุธ เป็นพระเอกลุยเดี่ยวไปแก้สถานการณ์ต่างๆ ไปสู้กับวายร้ายตัวเอ้ หรือถล่มองค์กรร้ายอะไรประมาณนั้น และยังเป็นเหมือนอินเดียน่า โจนส์ด้วย

แต่ที่ต่างคือบอนด์มาพร้อมใบอนุญาตฆ่า สามารถยิงได้หากเห็นสมควร ในขณะที่พี่แม็คของผมเป็นปุถุชนฆ่าคนเป็นผักปลาไม่ได้ และจริงๆ พี่แกไม่ชอบฆ่าใครด้วย (ขนาดปืนยังไม่อยากใช้เลย) เขาเลยจะใช้สมอง ดัดแปลงของรอบตัว แล้วเอาตัวรอด

ความสนุกของ Mac เวอร์ชั่นเก่าคือพี่แม็คมาโชว์เทพ ประดิษฐ์ของจากสิ่งรอบตัวได้อย่างเหลือเชื่อ แล้วก็เอาตัวรอดจากสถานการณ์ได้ด้วยวิธีที่คาดไม่ถึง ซึ่งความเก่งของเขานี่เองที่ทำให้คนรุ่นผมมักจะใช้คำว่า “แม็คไกเวอร์” ในการเรียกขานคนที่เก่งๆ (ประมาณว่ายกย่องว่าเขาเก่งเหมือนพี่แม็คน่ะครับ)

ความสนุกอีกอย่าง เรื่องราวการผจญภัยของเขาครับ เราจะได้เห็นพี่แม็คเดินทางไปทั่ว ตั้งแต่ในเมืองยันชานเมือง ตั้งแต่ยอดตึกยันริมน่้ำ ตั้งแต่สุสานรถยันป่าทึบ บางตอนแกมาประเทศไทยด้วยครับ (แม้จะเป็นการเซ็ทฉากก็เถอะ แต่ก็ตื่นเต้นที่แม็คไกเวอร์ได้มาปฏิบัติงานในไทย)

สำหรับผมอันนี้เป็นจุดที่เด่นมากๆ เพราะทุกตอนเราจะได้ลุ้นว่าวันนี้พี่แม็คจะพาเราไปไหนอีก วันนี้อาจเป็นบาร์กลางถนนสายเปลี่ยว หรืออีกวันพี่แม็คอาจต้องไปกู้เรือร้างกลางป่าก็ได้ (ตอนไปกู้เรือนี่เป็นตอนที่ระทึกที่สุดตอนหนึ่งในความทรงจำครับ เพราะอารมณ์มันเหมือนหนังสัตว์ประหลาดมากๆ)

เสน่ห์อย่างหนึ่งของพี่แม็คคนเก่าคือพี่แกจะลุยเดียวเป็นส่วนใหญ่ครับ เลยทำให้เขาต้องเอาตัวรอดเองตลอด ไม่ค่อยมีคนโผล่มาช่วยในนาทีสุดท้าย กล่าวคือเวลาแกโดนจับหรือมีเรื่อง พี่แกก็ใช้สมองและอุปกรณ์ในการเอาตัวรอดล้วนๆ (ประเภทโทรไป “ขอให้ใครมาช่วยที” นี่ไม่ค่อยมีหรอก แกต้องแก้ปัญหาเองก่อนเสมอ และแกต้องเป็นที่พึ่งให้คนอื่นเสมอด้วย)

มันคือความสนุกแบบที่ผมยังจำได้ไม่ลืมครับ ทุกวันนี้ยังเอามาเปิดดูอยู่บ่อยๆ หากมีโอกาส ส่วนหนึ่งก็เพราะหาซีรี่ส์แบบนี้ดูในยุคนี้ไม่มีแล้วครับ ดังนั้นพอได้ข่าวว่าเขาจะเอา MacGyver มาทำใหม่ ผมก็คิดเลยว่า “เป็นไอเดียที่ดีมาก”

อย่างที่บอกครับว่าซีรี่ส์ยุคใหม่ เอาเข้าจริงแนวทางมันก็เริ่มซ้ำนะ ธีมพิมพ์นิยมของซีรี่ส์ยุคนี้ ถ้าไม่ใช่ประเภท “ทีมร่วมลุย+ดราม่า” (แบบ CSI, NCIS, Criminal Minds, Chicago… ทั้งหลาย) ก็จะเป็นซีรี่ส์ดราม่าแบบตีแผ่ (จะเรื่องผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นก็ว่ากันไป) แล้วอีกประเภทก็ไปไซไฟ, แฟนตาซีเหนือธรรมชาติกันไปเลย

แต่ซีรี่ส์แบบพระเอกเก่งดุจเทพแบบ MacGyver นั้นยังไม่มีให้เห็นแบบชัดๆ ครับ ดังนั้นหากใครเอาแนว MacGyver แบบเดิมมาทำ จะถือเป็นการ “แหวกกระแสซีรี่ส์” ได้อย่างน่าสนใจ ว่าง่ายๆ ก็เหมือนธุรกิจน่ะครับ หากคนไม่ค่อยทำ แล้วเราทำเป็นเจ้าแรกๆ ย่อมได้เปรียบเสมอ

ทว่าผลที่ได้ออกมากลับผิดคาดครับ นี่ไม่ใช่ Macgyver แบบเดิม แต่มันกลายเป็นซีรี่ส์ตามกระแสชาวบ้าน พล็อตมันมาแบบ “ทีมร่วมลุย” น่ะครับ สไตล์มัน Hawaii Five-O, NCIS ฯลฯ อะไรแบบนั้นเลย

ในแต่ละตอนแม็คไกเวอร์ (Lucas Till) ต้องร่วมมือกับแจ็ค ดัลตัน (George Eads), ไรลี่ย์ เดวิส (Tristin Mays) ในการจัดการภารกิจที่หัวหน้ามอบหมายให้ ซึ่งแต่ละตอนก็ไม่มีอะไรแปลกครับ ถ้าไม่ไขคดี ก็แฝงตัว หรือไม่ก็หยุดยั้งแผนร้ายอะไรประมาณนั้น
(ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาต่อกันครับ)
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว My Big Fat Greek Wedding 2 (2016) แต่งอีกที ตระกูลจี้วายป่วง

1700 0

มานั่งนึกระลึกดูแล้วรู้สึกว่าระยะหลังๆ หนังแนวตลกหรือโรแมนติกจะไม่ค่อยได้เข้าโรงกันสักเท่าไร เรียกว่าถ้าไม่ฟอร์มเจ๋งจริงหนาจริงก็เบียดเข้าไปฉายยาก

รีวิว Middle School: The Worst Years of My Life (2016) โจ๋แสบ แหกกฎเกรียน

2505 0

เห็นหน้าหนังแล้วนึกถึง Diary of a Wimpy Kid ครับ หลายองค์ประกอบมาทางเดียวกันเลย ถ้าให้ว่าตามจริงก็คือแอบหวังน่ะครับว่าหนังจะทำออกมาสนุกและดูได้เพลินๆ แบบนั้น

รีวิว Stand Up Guys (2012) ไม่อยากเจ็บตัว อย่าหัวเราะปู่

1996 0

Stand Up Guys เป็นหนังดราม่าเบาสมองว่าด้วย 3 อาชญากรวัยดึกที่มารวมตัวกันเพื่อทำอะไรแบบที่อยากทำอีกสักครั้งให้มันเต็มที่สะใจกันไป (ประมาณว่าอายุปูนนี้แล้วน่ะครับ จะอยู่อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้)