รีวิว Nocturnal Animals (2016) คืนทมิฬ (มีสปอยล์)

รีวิว Nocturnal Animals (2016) คืนทมิฬ (มีสปอยล์)

หนังเรื่องนี้ดูสนุกทั้งในฐานะหนังระทึกขวัญสักเรื่องที่มีเนื้อหาง่ายๆ แต่น่าติดตามอย่างยิ่ง และยังเป็นหนังที่สะท้อนสังคม สะท้อนโลกกลมๆ ของมนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ ได้อย่างน่าสนใจ บางสิ่งที่สะท้อนก็ได้อารมณ์แสบๆ คันๆ เป็นการจับเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นได้อย่างเข้าท่ามากๆ

อย่างนิยาย Nocturnal Animals ที่สามีเก่าของซูซานเขียนนั้น อ่านไปก็รู้ล่ะครับว่ามันมีเค้าโครงกับองค์ประกอบต่างๆ จากชีวิตจริงของเขากับซูซาน ซึ่งหนังก็กระตุ้นเร้าให้เราสนใจประเด็นนี้ตั้งแต่ต้น เมื่อได้รู้ว่าสามีเก่าซูซานส่งนิยายเล่มนี้มาให้เธออ่านโดยเฉพาะ ซึ่งใจผมก็เกิดคำถามล่ะครับว่า “เขาส่งมาให้เธออ่าน ด้วยเจตนาอันใด?”

ว่าตามจริงหนังเปิดโอกาสให้เราตีความกันเองแบบเต็มที่ครับ คือมันมองได้หลายแบบแล้วแต่ว่าใครจะมองหรือจะเห็นในมุมไหน ซึ่งผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสนุกที่หนังเรื่องนี้มอบให้ครับ ประมาณว่าใครชอบคิด ชอบสังเกต ชอบตีความหรือเชื่อมโยงล่ะก็ หนังเปิดช่องเปิดปมให้เราคิดหลายอย่างอยู่

อีกจุดที่ผมชอบในการเล่าเรื่องคือ หนังใช้ประโยชน์จากการที่ปมในนิยายกับปมในชีวิตมันเกี่ยวโยงกันน่ะครับ อย่างบางปมในนิยายเราก็อาจสงสัย เช่น การที่นิยายลงเอยด้วยความตายของลูกเมียโทนี่ มันก็ชวนให้คิดนะว่าเอ็ดเวิร์ดนั้นอารมณ์ไหนถึงแต่งเรื่องออกมาแบบนี้

แต่พอหนังดำเนินไปถึงจุดหนึ่งเราก็เข้าใจมากขึ้นครับ ก็เพราะเอ็ดเวิร์ดเสียเมียไป เสียลูกไปจริงๆ จึงไม่แปลกเลยหากเขาจะแต่งให้ตัวเอกในนิยายเสียลูกเสียเมียเหมือนกัน และเมื่อดูถึงตอนจบก็จะพบว่าตัวละครหลักต่างพากันตายหมด ต่างแค่ตายช้าหรือตายเร็วเท่านั้น ซึ่งมันสะท้อนได้ทั้งสภาพสังคมโลกเรา และสภาพจิตใจของผู้ประพันธ์มันขึ้นด้วย

เหมือนบอกแบบตรงๆ ว่าโลกนี้มันโหด คนที่แกร่งจริงเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ถ้าไม่เล่นเขาก่อน เราก็อาจเป็นฝ่ายโดนเล่นเสียเอง ฯลฯ มันอาจดูเป็นทัศนคติที่ลบเอามากๆ จนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่ามันลบเกินไปไหม มันดูไร้ความหวังเกินไปไหม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ล่ะครับว่าชีวิตคนมากมายที่เจอโศกนาฏกรรมจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อน่ะ ก็มีอยู่จริงๆ

ตัวละครที่ผมรู้สึกสนใจมากที่สุดคือ เรย์ เจ้าหนุ่มหัวโจกที่ทำให้ครอบครัวของโทนี่พังกระจุยไม่เหลือดี ซึ่งตัวเรย์นี้เราก็มองได้หลายแบบครับ ในมุมหนึ่งเรย์ก็มีบางส่วนชวนให้นึกถึง ฮัตตัน (Armie Hammer) สามีคนปัจจุบันของซูซานที่แย่งเธอไปจากเอ็ดเวิร์ด และยังรู้เห็นในการทำแท้งลูกของเขาอีกต่างหาก

เมื่อสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าเรย์กับฮัตตันคล้ายกันในแง่ของความเป็นคนเจ้าชู้ หาคู่นอนไปเรื่อย ทำผิดได้โดยไม่รู้สึกผิด หรือไม่ก็หาเหตุผลมารองรับเพื่อบรรเทาความผิดของตน แต่ที่ต่างกันคือฮัตตัน (ที่อยู่ในโลกจริงๆ) เป็นพวกรวย หรูหรา ดูดี มาดเท่ห์ มีเสน่ห์ให้คนหลง แต่เรย์กลับออกแนวกักขฬะ ประเภทว่ากล้านั่งชักโครกที่หน้าบ้านขนาดนั้น

ถ้าให้นึกอารมณ์เอ็ดเวิร์ดล่ะก็ มันก็เหมือนเขาเกลียดฮัตตัน เลยเนรมิตภาพของฮัตตันใส่ลงไปในนิยายในรูปของเรย์ให้ดูน่าเกลียด น่าทุเรศ และน่าสมเพชมากที่สุดเท่าที่จะทำได้… ประหนึ่งการแก้แค้นแบบกลายๆ นั่นเอง

และหากมองในอีกมุม เราอาจมองได้ว่าเรย์เป็นเหมือนสิ่งแทน “สัญชาตญาณดิบ” ที่แฝงอยู่ในตัวซูซาน ซึ่งก็คือตัวตนดั้งเดิมที่ถูกหล่อหลอมมาจากครอบครัวของเธอ รวมถึงมุมมองการคิดอ่านหลายอย่างของซูซานที่สุดท้ายแล้วก็คล้ายแม่ของเธอ

และสัญชาตญาณภายในนี้เองที่ทำหลายครอบครัวของโทนี่ (แน่นอนว่ารวมถึงชีวิตของเอ็ดเวิร์ดด้วย) อย่างการที่เรย์ฟาดแฟนโทนี่ตายคาที ก็มองได้ว่าสัญชาตญาณดิบตัวนี้ฟาดด้านอ่อนไหวของซูซานให้สิ้นใจไป หรือการที่เรย์ข่มขืนลูกสาวโทบี้แล้วฆ่า ก็เปรียบได้กับลูกของเอ็ดเวิร์ดที่โดนทำแท้ง (โดนบังคับให้ต้องตาย)

… เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่โทบี้ไม่ได้เห็นด้วยตา เขาเห็นเพียงภรรยาและลูกเขาโดนพาตัวหายไปในถนนอันแสนมืดมิด แต่เขาก็ต้องรับผลมัน (เหมือนความคิดและการตัดสินใจต่างๆ ของซูซานที่เกิดในหัวและจิตใจที่ลึกสุดหยั่งของเธอ)

ที่น่าสนใจคือเรย์เป็นเหมือนสัญชาตญาณดิบที่พยายามปรุงความดิบของตัวเองให้ “สุก” ด้วยการใช้ “เหตุผล” หลายครั้งเรย์พูดดูดีเหมือนมีหลักการ เอาเหตุผลมาใช้เป็นเหมือนเครื่องแก้ตัวให้ดูผิดน้อยลง แต่จนแล้วจนรอด ความโหดร้ายที่เขาทำ มันก็ยังคงเป็นความโหดร้ายอยู่ดี

พอดูหนังจนจบ ถึงฉากที่สุดท้ายแล้วซูซานไปนั่งรอเอ็ดเวิร์ดตามที่นัดไว้ มันก็ชวนให้คิดย้อนไปถึงเรื่องราวในนิยาย, คิดไปถึงสิ่งที่ซูซานทำไว้ และคิดถึงคำว่า Revenge ที่หนังแอบเน้นอยู่บ่อยๆ ก็พอจะเดาได้ว่าสุดท้ายซูซานจะรอเก้อไหม

เพราะหลายครั้งคนเราก็ก่อ “ความแค้น” ขึ้นมาในใจคนอื่นโดยที่เราไม่รู้ตัว เหมือนฉากรูป Revenge ที่ซูซานถามว่ารูปนี้มายังไง พนักงานอีกคนก็บอกว่าคุณนำเข้ามาเองแหละ แต่ซูซานกลับจำไม่ได้… เป็นฉากที่สะท้อนประเด็นนี้ได้เจ๋งดีครับ

สุดท้ายแล้วเราอาจไม่รู้ชัดว่าเอ็ดเวิร์ดคิดยังไง แต่ทีรู้แน่ๆ คือ รู้ว่าซูซานใจร้าวทีละนิด แตกทีละหน่อย (ทั้งเพราะชีวิตจริงและเพราะนิยาย) แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นผลจากการกระทำ การคิด และการตัดสินใจของเธอ

… มนุษย์เราก็ต้องรับในผลของตนเสมอ ไม่ว่าจะยินดีหรือไม่ก็ตาม

และหลายอย่างหากเกิดขึ้นแล้ว จะไม่อาจย้อนคืนได้อีกตลอดไป
คะแนนความชอบ 7.5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Horrible Bosses 2 (2014) ฮอร์ริเบิล บอสส์เซส รวมหัวสอย เจ้านายจอมแสบ 2

2404 0

Horrible Bosses 2 ถือเป็นภาคต่อที่ดูเพลินไม่หยอกครับ แม้หลายอย่างจะลงล็อคเดิม ดาราทีมเดิมเป็นส่วนใหญ่ และในบางจังหวะหนังอาจดูช้าๆ ไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าสนุก คลายเครียดให้กับผู้ชมได้ไม่เลว

รีวิว A Good Man (2014) โคตรคนดีเดือด

1431 0

สำหรับหนังเรื่อง A Good Man ของ Steven Seagal ผมชอบช่วงต้นกับช่วงท้ายที่สุดครับ จริงๆ หนังเปิดมาไม่เลวนะ ฉากแอ็กชันช่วงต้นเราจะได้เห็น Seagal สวมวิญญาณทหารหน่วยรบพิเศษมือพระกาฬ (ดูมาหลายสิบปี ไม่เคยเห็นพี่แกเล่นเป็นมือหางแถวสักที 555) ก็ยิงกันสู้กันเพลินไม่เลวครับ

รีวิวซีรี่ส์ Parks and Recreation (2009 – 2015) ตอนที่ 1

1642 0

ในที่สุดก็ดูจนจบครบ 7 ซีซั่นครับ และพอดูจบก็บอกได้เลยว่า PaR เรื่องนี้กลายมาเป็นซีรี่ส์ที่ผมรักจนได้ เพราะมันสนุกเพลิน ฮาได้เรื่อยๆ แต่ที่เกินคาดก็คือความกินใจ อีกทั้งอารมณ์ Feel Good ที่สอดแทรกลงมาแบบพอเหมาะพอดี