รีวิว Before I Fall (2017) ตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย (ตอนที่ 1)

รีวิว Before I Fall (2017) ตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย (ตอนที่ 1)

ภรรยาผมพูดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะทำให้วันไหนดีขึ้นได้ นอกจากวันนี้… ว่าอย่างนั้นมั้ย?” แล้วผมก็พยักหน้าตอบรับครับ ^_^ (บอกก่อนครับ บทความนี้ยาว เพราะหนังมันถูกจริตมากมาย)

หนังเรื่องนี้เข้าทางผมแบบเต็มๆ จัดว่ามีครบทุกสิ่งที่เป็นของโปรดผมก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเรื่องแนวดราม่าผสมไซไฟ (หรือบางคนอาจมองว่ามันเป็นแฟนตาซี), มีความเป็น Coming of Age, การเดินเรื่องแบบที่ชวนให้เราติดตามว่ามันจะไปจบลงตรงไหน รวมทั้งแง่คิดดีๆ ที่ชี้ชวนให้เรานำกลับไปทบทวนชีวิตตนเอง

หนังทำให้ผมนึกถึง Groundhog Day ผสมกับ If I Stay ครับ โดยจะเป็นเรื่องของซาแมนต้า คิงสตัน (Zoey Deutch) ที่ตื่นมาในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ อันเป็นอีกวันที่เธอต้องไปเรียน ไปเฮ้วกับเพื่อนๆ แต่ที่ต่างไปก็คือ วันนี้คือวันที่เธอต้องเจอกับความตาย

แต่พอเกิดเหตุขึ้น แทนที่เธอจะหมดลมหายใจ เธอกลับตื่นขึ้นมาในเช้าวันที่ 12 กุมภาพันธ์อีกครั้ง แล้วเธอก็ต้องเจอกับสถานการณ์วนลูปแบบนี้อยู่หลายรอบ จนบางทีเธอก็สติแตกไปเหมือนกัน ประมาณว่าเมื่อไรเรื่องมันจะจบลงเสียที

ทว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง เธอก็ได้บทเรียนสารพัดจากการวนลูปซ้ำๆ เธอค้นพบพฤติกรรมน่าขันของตนเอง เธอค้นพบความหมายในความรัก เธอรู้จักเผชิญหน้ากับปัญหา และเธอได้ค้นพบว่าชีวิตคือ “โอกาสอันยอดเยี่ยม” ที่เราควรใช้มันอย่างคุ้มค่าในทุกนาที

โอเคครับ นี่อาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์เต็มร้อย เพราะการเดินเรื่องบางจังหวะก็อาจยังไม่ Smooth และบางจุดอาจจะสามารถขยี้ให้เข้มข้นกว่าที่เป็นได้ แต่เท่าที่หนังเป็นอยู่นี้ก็ถือว่าอยู่ในขั้นดีครับ ประเด็นสำคัญคือหนังไม่หลุดโฟกัส หนังสามารถสื่อสารในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะบอกกับคนดูได้ในท้ายสุด

Deutch ฝากการแสดงดีๆ ไว้อีกครั้งครับ อันที่จริงต้องบอกว่าหนนี้เธอเค้นฝีมือมากกว่าทุกครั้งเพราะเธอต้องเป็นตัวยืน ก็ถือว่าทำได้ดีครับ ใจก็อยากให้เธอดังเหมือนกัน จริงๆ เชียร์มาตั้งแต่ Vampire Academy แต่บทส่วนใหญ่ที่เธอเล่นก็ยังไม่เปิดโอกาสให้ปังแบบเต็มๆ แต่ก็เชื่อว่าบทจากเรื่องนี้จะทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้นน่ะนะครับ

ผมชอบฉากต่างๆ ในหนังครับ หนังไปถ่ายทำกันที่แคนาดา ดินแดนที่ธรรมชาติยังอุดม และเมืองส่วนใหญ่ยังคงความงดงามแบบเรียบง่ายเอาไว้ เมืองดูสวยดีครับ พอถึงช็อตมุมกว้างจับภาพส่วนต่างๆ ของเมืองทีไรมันจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์อบอุ่นนิดๆ ในขณะที่โทนภาพออกจะหม่นมืดสื่อถึงความตาย (และหลายขณะที่ทำให้นึกถึง Twilight ภาคแรก)

แต่พอเวลาผ่านไป โทนก็จะมีความสว่างมากขึ้นทีละนิด ก็เป็นการสื่อความหมายที่ดีครับ ประมาณว่าตอนแรกๆ ซาแมนต้าก็ใช้ชีวิตในแบบหนึ่ง (แบบไม่ค่อยรู้ค่าชีวิตเท่าไร) โลกก็อาจหม่นนิดๆ ยังไม่ค่อยใสกระจ่าง แต่พอเธอเรียนรู้และเข้าใจชีวิตมากขึ้น โลกก็จะดูสว่างขึ้น

การเดินเรื่องถือว่ากำลังดีครับ อย่างที่บอกว่ามันอาจไม่ได้ถึงกับกลมกล่อมสุดยอดหรือลื่นไหลโคตรๆ แต่ก็ถือว่ากำลังเหมาะ มีสาระสอดแทรกอยู่เรื่อยๆ ดาราแสดงกันดี โทนหนังกำลังดี และเพลงที่เลือกมาใช้ประกอบก็ล้วนเปี่ยมความหมาย สามารถรวมพลังเข้ากับ “สาร” ในแต่ละฉากได้อย่างดี

ผมชอบที่ตอนกลางๆ เรื่องหนังอาจยากต่อการคาดเดานิดๆ ไม่รู้ว่ามันจะไปทางไหนต่อ ในบางแง่ผมเลยมองว่าหนังมีความเป็นแฟนตาซีมากกว่าจะเป็นไซไฟ เพราะมันไม่ได้เน้นกติกาตายตัวเกี่ยวกับเรื่องการวนลูป แต่จะเน้นที่การตัดสินใจต่างๆ ของตัวละครมากกว่า

หนังกำกับโดย Ry Russo-Young ผู้กำกับหญิงที่อาจยังไม่มีผลงานเป็นที่รู้จักนัก แต่กับหนังเรื่องนี้ถือว่าเธอทำมันออกมาได้ดีครับ หนังดัดแปลงจากหนังสือของ Lauren Oliver ซึ่งในแง่ผลงานแล้ว ถือว่าหนังทำออกมาได้น่าพอใจ มีจังหวะและโทนเรื่องที่พอเหมาะ แม้จะไม่สุด แต่ก็อยู่ในข่าย “ควรค่าแก่การรับชม” ครับ
ยังไม่จบครับ พรุ่งนี้มาต่อกัน
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิวซีรี่ส์ Haven Season 2 (2011) เฮเว่น เมืองอาถรรพ์ ปี 2

1535 0

Haven ปี 2 ยังคงน่าติดตามสำหรับผมอยู่ครับ แม้ช่วงกลางๆ อาจมีดร็อปความน่าสนใจไปบ้าง แต่ก็แค่ไม่กี่ตอน เพราะโดยรวมๆ แล้ว 13 ตอนของปีนี้ก็ยังถือว่าดูเพลินอยู่ครับ

รีวิว Big Eyes (2014) ติสท์ลวงตา

1708 0

ตามปกติหนังดราม่าจะให้คนซึมลึกไปกับเหตุการณ์และสิ่งที่ตัวละครรู้สึก วางพล็อตเตรียมฉากต่างๆ ร้อยเรียงนำพาอารมณ์คนดูไปยังทิศทางที่คนทำต้องการ… แต่หนังดราม่าสไตล์ป๋า Tim Burton ไม่ใช่อะไรแบบนั้นครับ

รีวิว The International (2009) ฝ่าองค์กรนรกข้ามโลก

1950 0

The International เป็นหนังสืบสวนปนระทึกที่ทำออกมาเข้าท่าทีเดียวครับ เพียงแต่มันอาจไม่สดไม่ใหม่ ตัวหนังเลยไม่ดังเท่าที่ควร และทำเงินพลาดเป้าไปหลายอยู่ (ลงทุน $50 ล้าน ได้คืนมาจากทั่วโลก $60 ล้าน เรียกว่ายังติดตัวแดงอยู่พอสมควร)