รีวิว Snowden (2016) สโนว์เดน อัจฉริยะจารกรรมเขย่ามหาอำนาจ (ตอนที่ 1)

รีวิว Snowden (2016) สโนว์เดน อัจฉริยะจารกรรมเขย่ามหาอำนาจ (ตอนที่ 1)

สมัยก่อนเวลาดูหนังประเภทเปิดโปงอะไรสักอย่าง ใจเราก็มักจะเชื่อหรือคิดไปในทิศทางที่ผู้สร้างหนังต้องการนำเสนอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่แปลกครับ เพราะผู้สร้างหลายท่านก็อยากให้เราเชื่อ ในขณะที่อีกหลายท่านก็พยายามสื่อสารอธิบายกับเรา จากมุมที่เขามอง

ครั้นพอแก่ขึ้นก็ตระหนักว่าความจริงมีหลายด้าน เหมือนเหรียญที่หลายคนชอบยกขึ้นมาบอกว่า “เหรียญมี 2 ด้าน” แต่เอาเข้าจริงแล้วหากจะมองให้ครบและชัด มันต้องมองไปถึงขอบเหรียญ ตำหนิ ลวดลาย คนผลิต เครื่องมือที่ใช้ผลิต เหตุผลในการผลิต มูลค่าในการผลิต ฯลฯ

ถ้าเรานั่งพิจารณาเหรียญดีๆ มันอาจเชื่อมโยงยิงใยให้คิดไปไกลถึงจักรวาลก็ได้ครับ เรียกว่ามันมีอะไรมากกว่า 2 ด้าน (ผิด-ถูก) เยอะ

หนังจับเอาเรื่องจริงที่สะเทือนอเมริกามาบอกเล่าครับ เรื่องของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน (Joseph Gordon-Levitt) เจ้าหน้าที่ CIA ที่เปิดโปงว่าแท้จริงแล้วทางการอเมริกาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน ด้วยการสอดส่องชีวิตทุกคนโดยไม่มีการขออนุญาตหรือบอกกล่าวก่อน

ตัวหนังเปิดมาก็แนะนำให้เรารู้จักสโนว์เดนที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในฮ่องกงและเตรียมให้ข่าวกับนักข่าวกลุ่มหนึ่ง แล้วเขาก็เล่าเรื่องให้เราฟังผ่านการสัมภาษณ์นั่นเองครับ เล่าตั้งแต่เริ่มตอนเขาสมัครเป็นทหาร เรื่อยมาจนถึงตอนได้ทำงานกับ CIA และได้รับรู้เรื่องไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหลายที่ทางการทำ ก่อนจะตัดสินใจเปิดโปงจนส่งผลให้ชีวิตตนอยู่ในอันตราย

ว่ากันถึงตัวหนังแล้ว ถือเป็นผลงานการกำกับของ Oliver Stone ที่เวิร์กที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาครับ คือพี่เขาเคยทำผลงานระดับท็อปเทพไว้อย่าง Platoon, JFK และ Wall Street (เป็นหนังสมัยยุค 90 ทั้งนั้น) ซึ่งถือเป็นผลงานระดับห้ามพลาดสำหรับคอหนังก็ว่าได้

พอมาถึงยุค 2000 เป็นต้นมา พี่เขาก็มีงานมาเรื่อยๆ ครับ แต่อาจไม่เด็ดเท่าสมัยนั้น จนมาถึงเรื่องนี้แหละครับที่ทั้งการเล่าเรื่อง การนำเสนอ และความน่าติดตามถือว่าเยอะพอสมควร แม้จะไม่ดีเด่นถึงหนังยุค 90 ของเขา แต่ก็ถือว่าน่าจดจำและควรค่าแก่การรับชมครับ

จุดเด่นของหนังต้องยกให้ดาราน้อยใหญ่ที่ยกทัพกันมาแสดง นอกจากตัวหลักอย่าง Gordon-Levitt (ที่ละม้ายคล้ายตัวจริงของสโนว์เดนค่อนข้างมาก) ก็ยังมี Zachary Quinto, Melissa Leo, Rhys Ifans, Shailene Woodley, Tom Wilkinson, Joely Richardson, Timothy Olyphant, Scott Eastwood, Ben Chaplin แต่ละคนล่วนมาเสริมความแน่นและความน่าสนใจให้กับหนังได้เป็นอย่างดี

แต่คนที่ผมดีใจที่ได้เจอมากที่สุดต้องยกให้ Nicolas Cage ครับ 555 ดีใจมากๆ นะที่เห็นพี่แกได้เล่นในหนังฟอร์มนี้บ้าง ซึ่งเขาก็เล่นได้ดีเหมือนเดิมครับ และเห็นได้ชัดว่าหากพี่เขาได้รับการแต่งเนื้อแต่งตัวและแต่งหน้าดีๆ ล่ะก็ พี่เขาก็ยังมีราศีจับอยู่ไม่น้อย

จุดเด่นต่อมาคืองานภาพครับ ซึ่งหากมองกันด้วยสายตาคนปัจจุบันแล้ว ลีลามุมกล้องและการเล่นภาพของ Stone อาจไม่หวือหวาหรือไม่จัดจ้านเท่าผู้กำกับสมัยใหม่ จนหลายคนมองว่าหนังมีมุมกล้องธรรมดาและลีลายังงั้นๆ แต่หากมองกันด้วยสายตาคนที่ติดตามแกมานานแล้ว ก็ถือว่าพี่เขายังไว้ลายอยู่ครับ

อย่างน้อยลีลาการเล่าด้วยภาพ หรือมุมการจับภาพที่จะส่งผลต่ออารมณ์ของเรา เช่น บางช็อตก็ดูโล่งกว้าง แต่บางช็อตก็แคบจนอึดอัด หรือการจับภาพแบบไม่เต็มเฟรมในบางขณะที่ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่มั่นคง อะไรพวกนี้คือลีลาเดิมๆ ที่อาจไม่หวือหวา แต่ก็เป็นลีลาเดิมๆ ที่ใช้ได้ผลเสมอ

แต่ที่ผมชอบสุดคงเป็นภาพมุมกว้างสวยๆ ในแต่ละสถานที่ที่เขาเข้าไปถ่ายครับ อย่างช็อตป่าเขาตรงฮาวายนั่น สวยงามจับตาจริงๆ รวมถึงบ้านของสโนว์เดนที่ฮาวายด้วย มันโล่ง สวย โปร่งสบาย น่าอยู่จริงๆ ซึ่งก็ขอชมผู้กำกับภาพ Anthony Dod Mantle (ที่ได้ออสการ์จาก Slumdog Millionaire) ที่คุมภาพได้อยู่มือทีเดียว
ยังไม่จบครับ พรุ่งนี้มาต่อกัน
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

 

Similar Videos

รีวิว The Haunting in Connecticut (2009) คฤหาสน์… ช็อค

1730 0

The Haunting in Connecticut อีกหนึ่งหนังผีที่โฆษณาว่าสร้างจากเรื่องจริงของบ้านผีสิงสุดสยองในคอนเน็กติกัต

รีวิว Wukong (2017) หงอคง กำเนิดเทพเจ้าวานร

2504 0

ใครคาดหวังว่าจะได้ดูหนังผจญภัยสไตล์ไซอิ๋วแบบที่หลังๆ เขาทำกันออกมาเยอะแยะมากมายหลายเวอร์ชั่นล่ะก็ ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยครับว่า เวอร์ชั่นนี้ไม่เน้นแอ็กชันหรืออภินิหาร แต่ไปเน้นดราม่าซะละมากกว่า

รีวิวซีรี่ส์ Haven Season 2 (2011) เฮเว่น เมืองอาถรรพ์ ปี 2

1506 0

Haven ปี 2 ยังคงน่าติดตามสำหรับผมอยู่ครับ แม้ช่วงกลางๆ อาจมีดร็อปความน่าสนใจไปบ้าง แต่ก็แค่ไม่กี่ตอน เพราะโดยรวมๆ แล้ว 13 ตอนของปีนี้ก็ยังถือว่าดูเพลินอยู่ครับ