รีวิว All the Way (2016) ลินดอน จอห์นสัน ยอดคนสู้เพื่อคน

a001

ลินดอน จอห์นสัน เป็นอีกชื่อหนึ่งที่คอหนังการเมืองมักได้ยินอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะหนังที่มีพล็อตเกี่ยวเนื่องกับเรื่องลอบสังหารปธน. จอห์น เอฟ. เคนเนดี้

และนี่คือหนังสำหรับฉายทีวีครับ อำนวยการสร้างโดย Steven Spielberg แต่ที่อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจคือคนกำกับครับ เขาคือ Jay Roach เจ้าของผลงานไตรภาค Austin Powers กับ Meet the Parents 2 ภาคแรก ซึ่งปีกลายเขาก็มีผลงานจริงจังอย่าง Trumbo ออกมาครับ (ตัวหนังถือว่าทำได้ดีด้วย)

All the Way คือสโลแกนที่ลินดอน จอห์นสันใช้ตอนหาเสียงครับ ส่วนในหนังก็จะเล่าตั้งแต่ตอนเขาได้ตำแหน่งประธานาธิบดี “แบบอัตโนมัติ” หลังการเสียชีวิตของจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ซึ่งตอนนั้นเขาก็โดนครหาล่ะครับว่าเป็นประธานาธิบดีแบบฟลุ๊คๆ บ้าง หรือบางคนก็มองไปถึงขั้นว่าเขามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการลอบสังหารเลยก็มี

ชื่อเสียงของลินดอน จอห์นสันนั้นมักถูกเอ่ยถึงในแง่กลางๆ หรือไม่ก็ลบครับ แม้เขาจะทำประโยชน์หลายเรื่อง แต่ก็มักถูกครหาโดยเฉพาะในเรื่องการตัดสินใจที่บางครั้งก็ไม่เด็ดขาด หรือบางทีเขาทำเด็ดขาด แต่ก็ทำให้คนบางฝ่ายไม่พอใจ (สุดท้ายก็ออกมาครหาเขาอีก)

a002
ตอนแรกผมก็อยากรู้นะว่าหนังจะนำเสนอแบบไหน จะเอามุมดีของเขามาเล่าหรือไม่ และผลที่ได้ก็ไม่เกินคาดครับ หนังถ่ายทอดชีวิตของลินดอน จอห์นสันตอนเป็นประธานาธิบดี ในมุมที่ว่าเขาเป็นคนที่ไม่เด็ดขาด บางครั้งก็กลัวปัจจัยต่างๆ จนกว่าจะตัดสินใจอะไรสักอย่างได้ก็กินเวลานานเกินไปซะแล้ว

แต่หนังก็ไม่ได้มองลินดอนในแง่ลบจนเกินไปครับ เพราะขณะเดียวกันหนังก็พยายามสื่อให้เห็นว่า ลินดอนเองก็โดนบีบจากรอบด้าน ไม่ว่าจะคนในพรรค คนใกล้ตัว นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม กระแสสังคม สื่อ ฯลฯ จนทำให้เราพอจะเข้าใจเหมือนกันว่า คนส่วนใหญ่หากต้องไปอยู่ในตำแหน่งเดียวกับเขา ก็อาจตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากเขาก็ได้

Bryan Cranston เป็นลินดอนได้อย่างน่าสนใจครับ เขาตีบทในมุมที่ทำให้เราเห็นเลยว่าลินดอนมีความเข้มแข็งก็จริง แต่กระนั้นก็มีความอ่อนแอผสมอยู่ (อาจจะในปริมาณที่มากกว่า) ยิ่งการที่คนรอบตัวเขาส่วนใหญ่จ้องจะหักหลัง (หรือไม่ก็เห็นแต่ประโยชน์ตนเองจนหันหลังให้เขา) ก็ยิ่งทำให้เขากดดัน แต่เนื่องจากเขาเป็น ปธน. ก็ทำให้ต้องเก็บงำความกดดันนั้นเอาไว้

จุดที่น่าสนใจของหนังคือ หนังนำเสนอตัวละครหลักๆ ในมุมที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นครับ อย่างลินดอนก็เสมอในมุมว่าเขาเป็นคนลังเลและไมค่อยกล้าเผชิญหน้า ซึ่งก็ถือว่ากล้าพอดูครับที่เอาอดีตประธานาธิบดีของตนเองมานำเสนอในแง่นั้น (จริงๆ นอกจากนิกสันที่ทำผิดแบบโต้งๆ กับ บิล คลินตันที่เคยทำเรื่องอื้อฉาวแล้ว เราก็ไม่ค่อยได้เห็นประธานาธิบดีในประวัติศาสตร์ถูกพูดถึงในมุมนี้สักเท่าไร)

a003
หรือ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ที่เรามักเห็นภาพของเขาในมุมคนแกร่ง คนกล้า คนที่หาญท้าทุกสิ่งเพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่ มาในเรื่องนี้เราก็จะได้เห็นอีกมุมครับ ไม่ว่าจะมุมลังเล, เรื่องชู้สาว หรือการยอมอ่อนข้อให้กับคนบางกลุ่มเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง (ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า บางครั้งคิงก็ทำสิ่งที่ “ไม่สะอาด” ได้เหมือนกัน)

หลายปีที่ผ่านมาเรามักได้ดูหนังการเมืองที่พยายามชูประเด็นว่าคนเล่นการเมืองควรมือสะอาด แต่พอมาคิดจริงๆ แล้ว คนมือสะอาดสักกี่คนที่จะฝ่าด่านอรหันต์ไปยืนอยู่แถวหน้าได้ ในเมื่อหากมองดีๆ จะพบว่าเรื่องการเมือง การบริหารประเทศ มันคือเรื่องผลประโยชน์ก้อนใหญ่ (มากๆ)

เส้นทางการเมืองแบบโลกสวยก็คือ เราสมัครลงการเมือง เพื่อเป็นตัวแทนประชาชนไปช่วยเหลือประชาชน แต่ในอีกมุมหนึ่งก็จะมีคนที่ลงเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ก็ของพรรคพวก ยิ่งต้องปีนขึ้นไปตำแหน่งสูงก็ยิ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ก้อนใหญ่ขึ้นๆ คนพวกนี้พร้อมจ่ายทุกอย่าง ทำทุกทางเพื่อให้คนที่นั่งเก้าอี้สูงๆ เอื้อประโยชน์ให้ตนให้ได้

ผมเคยคุยกับเพื่อน ตอนมีข่าวการยิงกันเพื่อชิงเก้าอี้หรือตำแหน่งว่า “อ๋อ นี่พวกเขาถึงขนาดยอมฆ่าคน เพื่อเข้าไปทำงานให้ประชาชนเชียวหรือนี่… เขารักประชาชนมากขนาดนี้เลยหรือ?” … ผมประชดครับ ก็รู้อยู่ว่ามันไม่ใช่ -_-

a004
ผมชอบบทสรุปของหนังครับ หนังดำเนินเรื่องไปถึงตอนผลเลือกตั้งของลินดอนออกมา ก่อนจะสื่อให้เราเห็นแบบตรงๆ ว่า คนรอบข้างเขานั้นแม้นาทีนี้จะเคยยิ้มและปรบมือให้เขา แต่คนพวกนี้ก็พร้อมจะไปจากเขา หักหลังเขา หรือไม่ก็แทงเขาข้างหลังได้เสมอ…

ดูแล้วรู้สึกสงสารเขาเหมือนกันน่ะครับ มันเป็นชีวิตที่ไร้ความสุขเอามากๆ นะ อยู่อย่างหวาดผวา หาคนจริงใจแบบจริงๆ ได้ยาก ทั้งๆ ที่เขาได้อยู่ในตำแหน่ง “ผู้นำประเทศ” แต่กลับไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ไม่สามารถกระทั่งพูดในสิ่งที่คิดได้อย่างตรงไปตรงมา
คะแนนความชอบ 7/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

วันที่เข้าฉาย:

แสดงความคิดเห็น