รีวิวซีรี่ส์ Supergirl Season 1 (2015 – 2016)

รีวิวซีรี่ส์ Supergirl Season 1 (2015 – 2016)

SU001

ผม ยังจำความรู้สึกตอนดูตอน Pilot ของซีรี่ส์นี้ได้ครับ ตอนนั้นมันรู้สึกเฉยมาก คือมันไม่ได้เลวร้ายนะครับ แต่มันไม่มีอะไรพิเศษ ดูเรื่อยๆ ธรรมดาๆ คนละเรื่องกับซีรี่ส์อย่าง Arrow, Gotham, The Flash กระทั่ง Constantine ที่มีอายุขัยแค่ 1 ซีซั่น ผมว่ามันยังสนุกกว่าเลย

แล้วผมก็ภาวนาครับ ขอให้ทีมงานรู้และพยายามปรับรสชาติให้มันคล่องคอขึ้น ไม่เช่นนั้นชะตากรรมคงดูไม่จืดแน่ๆ

โชคดีครับที่ตอน Pilot คือตอนที่ผมพูดได้เต็มปากว่า “สนุกน้อยที่สุดของปี” ว่าง่ายๆ คือตอนต่อๆ มาทำออกมาได้สนุกและเพลินยิ่งขึ้นเยอะเลยทีเดียว

แอบคิดเล่นๆ ครับว่า ที่ตอน Pilot หลุดออกมาให้คนได้ดูกันก่อนการฉายจริง มันอาจเป็นการลองหยั่งเรตติ้ง ดูผลตอบรับน่ะครับว่าคนคิดยังไง แล้วจากนั้นทีมงานก็เก็บข้อมูลเอาไปปรับปรุง จนได้ผลอย่างที่เห็นนี่แหละ

SU002
ตัวเอกก็คือ คาร่า (Melissa Benoist) ชาวดาวคริปตอนที่ถูกส่งมายังโลก เพื่อปกปักษ์พิทักษ์คาล-เอล แต่แล้วคาล-เอลมาถึงโลกก่อนครับ แล้วเขาก็กลายเป็นซูเปอร์แมนไปเรียบร้อย คาร่าก็เลยใช้ชีวิตในฐานะชาวโลก จนกระทั่งมีเหตุให้เธอใช้พลังช่วยชีวิตคน และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของ ซูเปอร์เกิร์ล

ตอนแรกดูแล้วธรรมดาอย่างที่บอกครับ แต่พอตอนต่อๆ มาก็สนุกขึ้นตามลำดับ แม้มันจะไม่เร่งเร้าติดลมเท่า Arrow หรือ The Flash แต่ก็ถือว่าดูได้สนุก น่าติดตาม และพอดูจนจบปีแล้วผมก็ยังรู้สึกอยากดูปีต่อไปอยู่ครับ (ซึ่งก็มีการดำเนินงานสร้างปี 2 ต่อไปเรียบร้อยแล้ว)

แอ็กชันก็โอเคครับ หลายฉากที่ว่าเวิร์ก พล็อตก็มีอะไรให้น่าติดตาม ซึ่งซีรี่ส์นี้จะไม่ได้เน้นไปที่อภินิหารหรือการตีกับศัตรูเท่าไร แต่จะออกแนวเบาๆ แล้วก็เน้นที่ดราม่ากับความสัมพันธ์ของตัวละคร ซึ่งไปๆ มาๆ ผมชอบนะ ไม่ว่าจะความผูกพันฉันท์พี่น้องของคาร่าและอเล็กซ์ (Chyler Leigh) (พ่อแม่ของอเล็กซ์รับเลี้ยงคาร่าในฐานะลูกครับ) ซึ่งก็ดูน่ารักดี

Benoist สวมบท คาร่า หรือ ซูเปอร์เกิร์ล ได้น่ารักดีครับ ดูสดใส น่ารักและสามารถผสมระหว่างความซื่อๆ ใสๆ เข้ากับความเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์จากต่างดาว แววตาและท่าทางของเธอดูจริงใจดีน่ะครับ ทำให้เราเชื่อในตัวละคร และอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยเธอให้ผ่านพ้นทุกปัญหาไป

SU003
แต่ตัวละครที่ผมชอบสุดต้องยกให้ แคท แกรนท์ (Calista Flockhart) ครับ ตอน Pilot นี่ผมยังกลัวเลยนะว่าตัวละครนี้จะเป็นสูตรเดิมๆ ประเภทนักข่าวจุ้นจ้านที่จะคอยหาเรื่องซูเปอร์เกิร์ลไหม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น บทนี้คงทำให้เกิดความรำคาญมากเลยครับ

แต่ผลปรากฏว่า แคท กลายเป็นตัวละครที่เพิ่มสาระให้กับซีรี่ส์ได้แบบสุดยอด คือเธอเป็นเจ้าของ แคทโก้ สื่อรายใหญ่ของเมืองที่ตามปกติแล้วตัวละครแบบนี้มักจะชอบใช้สื่อในทางที่ผิดหรือไม่ก็หวังแต่จะขายข่าวเพราะเห็นแก่เงิน

ทว่าแคทกลับเป็นเจ้าของสื่อประเภทที่ “ดี” ครับ เธอหมั่นสร้างพลังบวกให้กับเมือง อย่างตอนเมืองมีปัญหา ทุกคนหมดพลัง แทนที่เธอจะปั้นข่าวหรือโหมไฟ เธอกลับพยายามพูดให้ทุกคนเชื่อมั่นในความดี และเธอยังเป็นเสมือนไอดอลสำคัญให้กับคาร่าด้วยครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างแคทกับคาร่าคล้ายแม่กับลูกในหลายๆ วาระครับ ต่างคนต่างสอนและดูแลซึ่งกันและกัน ยามอีกฝ่ายเหนื่อยก็จะมีอีกฝ่ายคอยให้ข้อคิด ดูเป็นอะไรที่น่ารักดีครับ และประเด็นนี้ถือเป็นส่วนที่ชูรสเพิ่มความสนุกได้มากอย่างหนึ่งของซีรี่ส์ก็ว่าได้

SU004
ผมรู้สึกดีใจนะครับที่ในที่สุด Supergirl ก็ถูกสร้างให้ออกมาดูได้และดูดีสักที หลังจากฉบับหนังปี 1984 ทำออกมาไม่น่าจดจำอย่างแรง (ทั้งๆ ที่ Helen Slater หรือซูเปอร์เกิร์ลเวอร์ชั่นนั่นเล่นได้ดีแท้ๆ แต่องค์ประกอบอื่นๆ ถือว่าเละมากมายจริงๆ)

นี่อาจไม่ใช่ซีรี่ส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่เจ๋งหรือสมบูรณ์อะไรมากครับ แต่มันดูสนุกดี หลายฉากทำออกมาได้อบอุ่น หลายประเด็นสื่อออกมาได้ดี และหลายตอนช่วยเสริมกำลังใจให้ผู้ชมได้ไม่น้อย

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าสนุกดี ดูแล้วไม่ผิดหวังครับ
คะแนนความชอบ 7/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Summer in the City (2016)

2091 0

ข้อดีอย่างหนึ่งของหนังแนวโรแมนติกคอเมดี้ของ Hallmark ก็คือ สาระแก่นสารของหนังจะเป็นเรื่องของใครสักคนที่พยายามทำตามฝัน ทำเพื่อความถูกต้อง หรือพยายามทำสิ่งดีๆ ให้สำเร็จ แม้ว่าจะต้องเจออุปสรรคแค่ไหนก็ตาม

รีวิวซีรี่ส์ The Flash Season 1 (2014 – 2015) เดอะ แฟลช วีรบุรุษเหนือแสง ปี 1

1658 0

หาก Daredevil ปีแรก เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างออกมาเด็ดดวงโดนใจแฟนๆ แนวฮาร์ดคอร์แล้ว The Flash ปี 1 ก็ถือว่าเปิดตัวได้อย่างสวยงามครับ สำหรับความเป็นซูเปอร์ฮีโร่แนวเน้นบันเทิงและเต็มไปด้วยสีสันที่แสนหวือหวา

รีวิว Mike and Dave Need Wedding Dates (2016) คู่เดทวิวาห์วายป่วง

1891 0

หนังฮาเรื่องนี้ดูแล้วเหมือนแบ่งอารมณ์ออกเป็น 2 ครึ่งครับ คือครึ่งแรกก็รู้สึกแบบหนึ่ง พอไปถึงครึ่งหลังก็รู้สึกอีกแบบหนึ่ง แต่หากใครอยากดูหนังฮาแบบไม่คิดมาก ผมว่าก็พอจะโอเคอยู่ครับ