รีวิว Still Alice (2015) อลิซ… ไม่ลืม

รีวิว Still Alice (2015) อลิซ… ไม่ลืม

S001

ผมพบว่าระหว่างนั่งดู Still Alice ผมไม่สามารถละสายตาจากหนังได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

สุดยอดครับ Julianne Moore แสดงได้อย่างสุดยอดจริงๆ กับบท อลิซ หญิงสาวผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพและมีครอบครัวที่แม้จะไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบเต็มร้อย แต่ก็ถือว่าอบอุ่นในระดับหนึ่ง

แต่แล้ววันเวลาดีๆ ของเธอก็กำลังจะหมดลง เมื่อเธอพบว่าตัวเองเป็นโรคอัลไซเมอร์ครับ เธอกำลังจะสูญเสียความรู้และความทรงจำที่เธอสั่งสมมาทั้งชีวิตไป…

บอกตรงๆ ว่าแม้นี่จะเป็นหนังชีวิต แต่หนังก็ทำให้ผมรู้สึกกลัวครับ เรียกว่ากลัวมากกว่าตอนดูหนังสยองขวัญทั้งหลายแหล่เสียอีก

เพราะหนังถ่ายทอดภาพของคนที่ความจำและความสามารถในการดำเนินชีวิตค่อยๆ เสื่อมลงทีละนิดๆ ได้อย่างถึงอารมณ์มากๆ และรู้สึกว่าภาพที่เห็นมันจริงมากๆ ด้วย แต่จะตรงตามหลักทางการแพทย์ไหมอันนี้ก็ไม่มีความรู้ครับ รู้แต่ว่ามันดึงอารมณ์เราได้อย่างแรงมากมายจริงๆ

Julianne Moore as Alice in the movie STILL ALICE, directed by Richard Glatzer. Photo Credit: Denis Lenoir

คิดดูครับจากเดิมทำงานได้ ก็กลายเป็นจำสิ่งที่ตัวเองรู้ไม่ได้, จำทางที่เดินประจำไม่ได้ หรือกระทั่งจำคนในครอบครัวไม่ได้ นับเป็นอะไรที่น่ากลัว น่าเศร้า และชวนให้หดหู่เหลือเกินครับ

Moore แสดงได้ดีมากๆ สมกับรางวัลออสการ์จนไม่รู้จะหาอะไรมากล่าว ในตอนแรกเธอดูเป็นศาสตราจารย์ที่มีความรู้ครับ ดูเธอรู้จริงในสิ่งที่สอน และดูเธอเป็นแม่ที่ดี แม้ลูกๆ จะเข้าใจบ้าง-ไม่เข้าใจบ้างก็เถอะ แต่ก็มองออกครับว่าเธอพยายามมากแค่ไหน

ครั้นพอถึงเวลาแสดงอาการ ประเภทว่าลืมนั่นลืมนี่ ก็ทำให้คนดูรู้สึกใจหายไปทีละน้อย คือใจเราน่ะไม่อยากให้เธอเป็นโรคเลยครับ แต่ก็รู้อยู่ว่ายังไงเธอก็เป็นแน่ๆ (ก็เนื้อเรื่องมันบอกมาแต่เนิ่นๆ แล้วนี่) พอเธอแสดงอาการมากขึ้นๆ เราก็เห็นใจเธอมากขึ้นตามลำดับ บางฉากที่ถึงขั้นรู้สึกสงสารเลยล่ะครับ

เมื่อเวลาผ่านไป เราก็ยิ่งอินและจมลึกไปกับอาการของอลิซมากขึ้น ยอมรับเลยครับว่าครึ่งหลังนี่รู้สึกเหมือนว่าอลิซเป็นคนรู้จักของเรา รู้สึกผูกพันประหนึ่งญาติคนหนึ่งก็ว่าได้

เลยทำให้ทุกครั้งที่เธอเจอเรื่องไม่ดี เราก็อดไม่ได้ที่จะสลดหดหู่ หรือถ้าฉากไหนเธอทำอะไรได้สำเร็จสักอย่างนี่ เราก็ดีใจจนน้ำตาไหลทีเดียว (ในวงเล็บนี้มีสปอยล์นะครับ ใครไม่อยากทราบข้ามไปอ่านบรรทัดล่างได้เลยครับ… โดยเฉพาะตอนเธอพูดต่อหน้าผู้ฟังในงานน่ะครับ มันดีใจมากๆ เลยนะที่เธอพูดจนจบ พูดได้สำเร็จ มันรู้สึกตื้นต้นและภูมิใจแทนเธอ จนผมร้องไห้ออกมาจริงๆ)

S003
Moore ครองหนังทั้งเรื่องครับ ในขณะที่ดาราสมทบก็แสดงได้พอเหมาะ อย่าง Alec Baldwin นี่ก็เก่งครับ เล่นบทฮาก็ได้ บทคนร้ายก็ได้ หรือบทคนดีก็ได้หมด ในเรื่องเขารับบท จอห์น สามีของอลิซ เขาก็แสดงได้อย่างดีครับ รับส่งอารมณ์กับ Moore ได้ดีมากๆ ทั้งยามสุขและยามเศร้า

และที่ผมชอบคือ Baldwin ถ่ายทอดบทจอห์นได้ค่อนข้างจริง คือเขาไม่ได้เป็นเทพบุตรสุดยอดที่ดีแบบเว่อร์ เขาเป็นมนุษย์ปุถุชนครับ แน่นอนว่าเขารักเมียมาก และไม่เคยคิดทอดทิ้งเธอ แต่มันก็มีบ้างในบางช่วงที่เขา เหนื่อย เขาหมดแรง เขาไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งพอดูไปเรื่อยๆ ผมก็สงสารเขาพอๆ กับสงสารอลิซเลยน่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ยากจะรับมือได้จริงๆ นะ

Kristen Stewart ก็เล่นได้น่าจดจำในบท ลิเดีย ลูกสาวที่รักในงานแสดง เธอถือว่าเหมาะครับ บทนี้ต้องดูเอาแต่ใจบ้าง เป็นตัวของตัวเองมากหน่อย แล้วก็เจ้าอารมณ์นิดๆ ซึ่งบทของลิเดียนี้ สร้างทั้งอารมณ์ขัดแย้งที่ชวนเศร้าและอารมณ์ชวนซึ้งอันสวยงามได้อย่างพอเหมาะทีเดียว

หนังเรื่องนี้ดีมากๆ ครับ กลมกล่อม ลงตัว เป็นหนังดราม่าที่น่าจดจำอย่าง ที่สุด ซึ่งผมก็ขอชื่นชมผู้กำกับ Richard Glatzer และ Wash Westmoreland ที่ร่วมกันสร้างผลงานดีๆ ชิ้นนี้ขึ้น ซึ่งพวกเขานั้นเป็นคนรักกันครับ คอยดูแลกันและกันจวบจนวาระสุดท้าย

S004
Moore ได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิง ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งทั้ง Glatzer และ Westmoreland ก็ไม่สามารถไปร่วมงานได้ครับ เนื่องจาก Glatzer ป่วยเป็นโรค ALS หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งในระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ Glatzer ไม่สามารถพูดได้เลยครับ เขาต้องใช้แอพจาก iPad เป็นเครื่องช่วยสื่อสารระหว่างเขากับทีมงานในการกำกับ

และที่ผมใช้คำว่า “ดูแลกันและกันจวบจนวาระสุดท้าย” ก็เพราะ Glatzer เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2015 ที่ผ่านมา ขอแสดงความไว้อาลัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

นี่คือหนังชีวิตชั้นดีครับ เต็มไปด้วยการแสดงยอดเยี่ยม และอารมณ์ของหนังก็นับว่าถึงขีดมากๆ แต่ไม่ใช่ถึงขีดแบบล้นๆ หรือถึงขีดแบบให้คนดูฟูมฟายด้วยการเขียนบทให้มันดราม่าแบบเจตนานะครับ ทว่ามันคือการถึงขีดที่สมจริง จนผมอดไม่ได้ที่จะอิน อดไม่ได้ที่จะยิ้มหรือร้องไห้กับเรื่องราวที่ได้สัมผัส

สุดยอดจริงๆ… ผมพูดได้แค่นี้ครับ… สุดยอดจริงๆ
คะแนนความชอบ 8/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) (ตอนที่ 1)

1945 0

การพบกันระหว่างพี่แบทกับพี่ซุปนี่ถือเป็นแมทช์นัดสำคัญที่คอหนังรุ่นผมรอกันมานานมากๆ ครับ เพราะเจอยั่วให้อยากหลายทีเหลือเกิน

รีวิว คิดถึงทุกคืน (2012) Always On My Mind

1879 0

ผมพร่ำบอกมาหลายหนแล้วว่าผมโหยหาหนังรักโรแมนติกที่เดินเรื่องง่ายๆ เนื้อหาไม่ซับซ้อน ดูแล้วอิ่มใจ และยิ้มแก้มตุ่ยก่อนจะไปใช้ชีวิตต่อหลังดูหนังจบ ยิ่งหนังเรื่องไหนดูแล้วให้อารมณ์เหมือนเราได้ร่วมรับรู้ “ช่วงหนึ่งของชีวิตใครสักคน” ก็จะยิ่งอินและยิ่มอิ่มไปกับมันครับ

รีวิว Batman: Assault on Arkham (2014) แบทแมน ยุทธการถล่มอาร์คแคม

1884 0

Batman: Assault on Arkham คือแบทแมนฉบับการ์ตูนอีกหนึ่งเรื่องที่ Warner Bros ผลิตออกมาครับ โดยเจตนาแรกเริ่มเลยก็จะสร้างการ์ตูนเรื่องนี้โดยอิงเนื้อหาจากเกม Batman: Arkham Asylum ที่โคตรจะดัง (และแสนจะมันส์) ว่าง่ายๆ คือเป็นการรีเมคเกมมาเป็นหนังนั่นแหละครับ