รีวิว Chesapeake Shores Season 2 (2017) เชสซาพีค ชอร์ส ปี 2 (ตอนที่ 1)

รีวิว Chesapeake Shores Season 2 (2017) เชสซาพีค ชอร์ส ปี 2 (ตอนที่ 1)

https://www.youtube.com/watch?v=4rap-ktmMmY

ชนะใจผมอย่างสวยงามครับสำหรับปี 2 ของ Chesapeake Shores ซีรี่ส์แนวรักโรแมนติกและอบอุ่นด้วยกรุ่นไอรักของครอบครัว เรียกว่าถ้าใครดูปีแรกมาแล้ว ปี 2 นี่คือต้องดูให้ได้ครับ เพราะมัน “อิ่มใจ” จริงๆ

ปีนี้ก็มี 10 ตอนจบเช่นเดิมครับ ซึ่งถ้าให้ว่าตรงๆ แล้ว หากพูดถึงซีรี่ส์ของ Hallmark ล่ะก็ เรื่องที่ถือเป็นเพชรยอดมงกุฎต้องยกให้ When Calls the Heart ที่ทำออกมาได้ชวนประทับใจและเข้มข้นอย่างยิ่ง เรียกว่าเป็นซีรี่ส์คุณภาพที่ห้ามพลาดอย่างมากสำหรับคนรักแนวดราม่าให้กำลังใจ

แต่สำหรับ Chesapeake Shores นั้น มันมีความลื่นไหล มีความน่ารักของตัวละคร ถ้าให้เปรียบก็เหมือนว่าชุดนี้มันมีความบันเทิงมากกว่า เลยทำให้ผมติดมากกว่า เพราะดูแล้วมัน Happy เลยพร้อมจะดูยาวๆ ส่วน When Calls the Heart จริงที่มีความเข้มข้น แต่ก็คงเพราะความเข้มข้นที่ว่าเลยทำให้ซีรี่ส์ชุดนั้นหย่อนใจเราได้ไม่มากเท่า Chesapeake Shores

ที่พูดมาไกลนี่ไม่ได้จะบอกว่าอันไหนดีกว่าอันไหนนะครับ แค่บรรยายความรู้สึก เพราะผมเองก็รู้สึกน่ะว่าตัวเองชอบดู Chesapeake Shores ต่อยาวๆ ในขณะที่ When Calls the Heart ดูหนึ่งตอนแล้วก็ต้องหยุด ทั้งๆ ที่แทบทุกตอนมันทำเราน้ำตาซึม-ร้องไห้อยู่ตลอดแท้ๆ

เรื่องราวก็ต่อเนื่องจากปีก่อนครับ ครอบครัวโอไบรอันตอนนี้ก็กลับมาอยู่พร้อมหน้าในเมืองเชสซาพีค ชอร์สเรียบร้อย แต่ละคนก็มีเรื่องให้จัดการแตกต่างกันไป แล้วก็อาจจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างตามประสาของครอบครัวเดียวกัน

อย่างเรื่องของเทรซ (Jesse Metcalfe) และแอ๊บบี้ (Meghan Ory) คู่รักคู่หลักประจำเรื่องก็ต้องเผชิญบททดสอบ เมื่อเทรซอาจจะต้องไปทำงานเพลงที่แนชวิลล์ อันจะทำให้เขาทั้งสองต้องห่างกันแน่นอน

หริอมิก (Treat Williams) พ่อของตระกูลโอไบรอันก็ต้องเจอกับปัญหาเรื่องการลงทุนพัฒนาที่ดิน ที่ไปๆ มาๆ กลับต้องมางัดข้อกับน้องร่วมสายเลือก ส่วนบรี (Emilie Ullerup) กับ เจสส์ (Laci J Mailey) ต่างก็เจอกับปัญหาทั้งเรื่องรักและเรื่องงานไม่แพ้กัน

สองหนุ่มโอไบรอันก็ไม่น้อยหน้าครับ เควิน (Brendan Penny) ก็ยังคงระบมทางใจหลังจากเผชิญเหตุร้ายไปในปีก่อน และคอนเนอร์ (Andrew Francis) ก็ต้องก้าวเข้าสู้โลกของการทำงาน ที่ทำให้เขาตระหนักว่าการตัดสินใจอะไรสักอย่างของชีวิตนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างมันล้วนมีผลที่ตามมาทั้งนั้น

ผมบอกได้เลยครับว่าผมติดนะ ดูยาวเลย และมันสนุกทุกตอนอีกด้วย ซึ่งถ้าถามว่าสนุกกว่าปีก่อนไหม ผมก็คิดว่ามันสนุกกว่านะ แต่พอมาคิดอีกแง่หนึ่งคือมันอาจจะไม่ได้สนุกกว่า คือสนุกพอๆ กันนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนี้ผมคุ้นเคยกับครอบครัวโอไบรอันแล้ว ดีกรีความสนุกออกรสมันเลยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ยังไม่ค่อยรู้จักพวกเขาสักเท่าไร

เหมือนเวลาเราเจอใครสักคน ตอนเจอแรกๆ มันอาจยังไม่ชิน ยังทำตัวไม่ถูก และยังไม่คุ้นก็เลยออกจะเกร็งๆ แต่พอรู้จักไปนานๆ เข้า รู้ตัวอีกทีเราก็พร้อมคุยกับเขาได้อย่างสนิทใจในทุกเรื่อง… คุยตอนเริ่มรู้จัก กับคุยตอนรู้จักไปสักพักแล้ว ระดับความ “ออกรส” มันต่างกันเสมอครับ

ดาราในเรื่องทุกคนเล่นได้ดีมากๆ ผมรักตัวละครทุกคนเลยครับ ถ้าถามว่าผมรักใครสุด หากเป็นฝ่ายหญิงผมรักบรี เธอน่ารักแต่ก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ครั้นพอจะโก๊ะก็โก๊ะได้ฮาโคตรๆ Ullerup แสดงได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะฉากตรงละครเวทีน่ะครับ เป็นอะไรที่ “เท่ห์โคตรๆ” ไปเลย

ส่วนฝ่ายชายชอบ คอนเนอร์ หมอนี่ดูเป็นตัวละครชูรสที่เยี่ยมมากๆ Francis ถ่ายทอดบทน้องตัวแสบออกมาได้ดี และจริงๆ ผมก็ชอบเควินไม่น้อยหน้ากันครับ Penny คุมโทนของตัวละครนี้ได้อย่างพอเหมาะเป็นที่สุด คือเขาดูไม่เหมือนใครในตระกูลโอไบรอันนะ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ยังแสดงความเป็นโอไบรอันออกมาได้เป็นระยะๆ
(ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาต่อกันครับ)
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Don’t Breathe (2016) ลมหายใจสั่งตาย

1622 0

หนังระทึกที่มาพร้อมสูตรเดิมๆ แบบที่เราเคยเห็นกันมาหลายครั้งหลายหน แต่ผู้กำกับ Fede Alvarez (Evil Dead ฉบับรีเมค) ก็สามารถเอาสูตรที่ว่ามาใช้อย่างได้ผลครับ ปรุงจนออกรส แล้วก็เอามาดูได้อย่างเพลิน (ผสมเกร็ง) เลยล่ะ

รีวิว The Angry Birds Movie (2016) แอ็งกรี เบิร์ดส เดอะ มูวี่

1542 0

จากเกมมือถืออภิมหาดังที่ผมเชื่อว่าแทบทุกคนต้องเคยสัมผัสประสบการณ์ลากแล้วยิงกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งตอนนี้ก็มีภาคแยกทำออกมาหลายเวอร์ชั่นจนเล่นกันไม่หวาดไม่ไหว (แล้วยังอุตส่าห์มีอัพเดตฉากพิเศษให้อีกเรื่อยๆ อีกด้วยนะ)

รีวิว Kill Switch (2017) วันหายนะพลิกโลก

1788 0

ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมบ้างหรือเปล่าน่ะนะครับ แต่ผมว่าปีนี้ความน่าสนใจของภาพยนตร์ฉายโรง (หรือกระทั่งหนังแผ่น) มันดูน้อยลงยังไงก็ไม่รู้ ว่าง่ายๆ คือหนังน่าดูมันลดปริมาณลงแฮะ เมื่อต้นปีก็ได้ข่าวครับว่าคนวงการหนังก็มาคาดการณ์กันว่าปีนี้ตลาดหนังจะซบเซา ซึ่งผลก็ดูจะเซาจริงๆ ในแง่รายได้ก็ถือว่าเรื่อยๆ ไอ้ที่ปังก็มี แต่ที่นิ่งๆ กับแป้กๆ ดูจะมีเยอะกว่า ในขณะที่ความสดหรือความน่าสนใจของหนังก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น หนังที่ทำออกมาสนุกๆ อย่างสารพัดหนังฮีโร่ แม้จะทำได้ดีก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความฮือฮาแบบเมื่อ 10 ปีก่อนอีกแล้ว เหมือนอะไรๆ มันจะเริ่มอิ่มตัวน่ะครับ อย่างหนังเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ดูแล้วชวนให้นึกถึง Skyline ที่จำได้ว่าตอนนั้นตัวหนังอย่าง Skyline เองก็ทำให้คอหนังเกิดความอยากดูไปไม่น้อย แม้ผลที่ได้จะไม่เข้าเป้าอะไรมาก แต่มันดูน่าสนใจและเรียกกระแสได้ประมาณหนึ่งน่ะครับ อีกเรื่องที่ทำให้นึกถึงก็ Hardcore Henry ที่ทำเอาคนมึนหัวไปหลายราย (ผมก็หนึ่งในนั้นครับ) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอารมณ์ก่อนเราเดินเข้าโรงไปนั้น มันรู้สึกถึงความสด แม้จะไม่ใหม่ 100% แต่ก็ยังมีแรงดึงดูดอยู่ ทว่ากับเรื่องนี้