รีวิว Tell Me How I Die (2016) นิมิตมรณะ

รีวิว Tell Me How I Die (2016) นิมิตมรณะ

หนังว่าด้วยวัยรุ่นแล้วก็เกี่ยวกับความตายเข้าโรงพร้อมกัน 2 เรื่อง ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดีครับว่าอีท่าไหนถึงพร้อมใจมาชนกันแบบนี้ และที่น่าสนใจกว่าคือมันจะทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินกับมันได้กี่มากน้อย

เรื่องนี้ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้เรานึกไปถึง Final Destination แต่เอาเข้าจริงแล้วมันกลับทำให้ผมนึกถึง The Belko Experiment มากกว่าครับ เพราะมันเป็นเรื่องสยองที่เกิดในสถานที่ปิดตาย (แล้วก็นึกถึง D-Tox หนังเก่าอีกเรื่องของพี่ Sylvester Stallone ด้วย)

เรื่องของวัยรุ่นที่มาเป็นกลุ่มอาสาสมัครทดลองยา โดยพวกเขาบางคนอาจได้ยาจริงและบางคนอาจได้ยาหลอก ซึ่งยาที่ว่านี่คืออะไรก็ไม่รู้ จะมีผลแบบไหนก็ไม่แน่ชัด แต่พวกเขาก็เดินหน้าทำการทดลองไป

แล้วทีนี้ก็เริ่มเกิดเรื่องน่ากลัวครับ บางคนเริ่มเห็นภาพหลอน เห็นภาพการตายอย่างสยดสยองที่ยังไม่เกิดขึ้น จากนั้นก็เริ่มมีคนตายจริงๆ ทีนี้คนที่เหลือก็เริ่มสติแตกแล้วครับ เลยต้องหากันหาทางออกจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้

แต่ก็อย่างที่รู้ครับว่ามันดันปิดตาย (ประมาณว่าเป็นการทดลองแบบปิด ห้ามใครออกไปไหนจนกว่าจะครบกำหนดทดลองเสร็จ) และที่แย่ไปกว่านั้นคือดูเหมือนจะมีใครไล่ฆ่าพวกเขาอีกด้วย…

หนังชวนให้นึกถึง Belko จริงๆ ครับ ยิ่งลักษณะของตึกนี่ยิ่งเหมือนนะ ตึกสูงๆ ใหญ่ๆ กลางที่โล่งๆ คือมันใช่เลยน่ะครับ นี่ถ้าบอกว่า 2 เรื่องเชื่อมกันนี่ผมก็เชื่อนะ เพราะมันว่าด้วยความสยองในที่ปิดตายเหมือนกัน และยังมีการทดลองบ้าๆ เหมือนกันอีกด้วย

สำหรับเรื่องนี้ หนังก็เรื่อยๆ ครับ ว่าตรงๆ คือ Belko ยังสนุกกว่า ส่วนเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเร้าใจนัก แม้จะมีฉากน่ากลัวหรือความตื่นเต้นทยอยเกิดขึ้นก็ตาม แต่มันไม่มีอะไรแปลกใหม่หรือตราตรึงครับ เรียกว่าใครหวังฉากการตายช็อคๆ แบบ Final Destination ล่ะก็ ทำใจได้เลย มันไม่มีหรอก

หนังมันผสมๆ กันระหว่างหนังไล่เชือด ที่วัยรุ่นโดนฆ่าทีละคน หรือไม่ก็โดนกับดักอะไรสักอย่างจนทำให้เกิดการตายแบบสยอง แล้วก็มีความเป็นไซไฟ เพราะยาที่ว่านี่มีผลข้างเคียงคือการมองเห็นนิมิตในอนาคต

แต่ว่ากันตามจริงคือหนังไม่มีอะไรน่าจดจำครับ เดินเรื่องเรื่อยๆ ฉากการตายก็เรื่อยๆ ความเร้าใจแทบไม่มี หรือปมปริศนาก็ไม่ได้ซับซ้ัอนอะไร และที่ต้องทำใจคือ เราจะยังได้เห็นตัวละครตัดสินใจผิดแบบที่ไม่ควรผิด จนส่งผลให้ถึงแก่ความตาย แบบที่เห็นบ่อยๆ ในหนังแนวนี้

หรือไม่ก็เห็นตัวละครที่เห็นแก่ตัวจัดๆ พยายามเอาตัวรอดแบบไม่สนใจใครซึ่งตัวละครแบบนี้เราก็พอเดาได้น่ะครับว่าถึงจุดหนึ่งก็ต้องโดนดี เพียงแต่ตัวละครที่ว่านั้น ตอนโดนดีมันออกจะ “ตลก” หน่อยๆ

สรุปว่าหนังไม่มีอะไรครับ ตอนแรกผมเห็นว่ามีการให้ตัวละครนิมิตได้ ก็นึกว่าจะใช้ประโยชน์จากการนิมิตมาสร้างความตื่นเต้น หรือไม่ก็หักมุม แบบเรื่อง Next แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรมากมาย คือมีน่ะมีครับ แต่มันไม่ได้ทำให้หนังดูโอเคขึ้นเลย

ก็คงต้องพูดคำพูดประจำครับว่า “แล้วแต่วิจารณญาณ” หากอยากลองชมก็ลองได้ครับ หรือเอาจริงๆ ก็คือจะรอแผ่นก็ได้เหมือนกันครับ
คะแนนความชอบ 5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Before Midnight (2013) บทสรุปแห่งเวลาก่อนเที่ยงคืน

2292 0

ยามยังไม่ประสีประสาในคำว่า “ชีวิตคู่” เรามักคิดเสมอครับว่าความรักจะมีแต่สิ่งสวยงาม และหากเรามีใครสักคนเคียงข้างแล้ว มันจะเป็นเหมือนเส้นชัย ที่จะทำให้ทุกนาทีนับแต่นั้น มีแต่ความสุข

รีวิว Renegades (2017) เรเนเกดส์ ทีมยุทธการล่าโคตรทองใต้สมุทร

1637 0

ลองเป็นหนังที่ว่าด้วยการตามล่าหาขุมทรัพย์นี่ผมก็ต้องดูเสมอครับ เพราะชอบหนังแนวนี้มาก แต่ก่อนดูก็เผื่อใจไว้ พร้อมทั้งความความคาดหวัง เพราะดูจากแนวแล้ว นี่ไม่ใช่หนังผจญภัยล่าขุมทรัพย์ แต่น่าจะเป็นอะไรที่คล้ายๆ กับ Three Kings มากกว่า

รีวิว Tomorrowland (2015) ผจญแดนอนาคต

2296 0

ผมชอบ Tomorrowland (7/10) แม้มันจะไม่ได้สนุกมากมายดังที่หวังไว้ แต่สิ่งที่โดนใจคือ จินตนาการ และประเด็นสาระที่หนังต้องการสื่อครับ