รีวิว Kickboxer: Vengeance (2016)

รีวิว Kickboxer: Vengeance (2016)

Kickboxer คือหนึ่งในหนังแอ็กชันที่สร้างชื่อให้กับ Jean-Claude Van Damme ครับ ถ้าไล่เรียงแล้วเขาดังแบบเต็มๆ จากเรื่อง Bloodsport ต่อด้วย Cyborg แล้วก็ดังซ้ำกับเรื่องนี้ครับ

หนังภาคแรกที่ Van Damme เล่นไว้ถือว่าโอเคสุดในชุดนี้ครับ หนังมาถ่ายทำในไทย มีฉากแอ็กชันประหมัดที่โอเคในระดับหนึ่ง จานั้นมีการทำต่อมาอีก 4 ภาค แต่ Van Damme ก็ไม่ได้ร่วมแสดงอีกเลย (ด้านความสนุกพูดได้เต็มปากว่าสาละวันเตี้ยลงครับ)

ส่วน Kickboxer: Vengeance นี่คือฉบับรีเมคครับ บทเคิร์ท สโลน ตัวเอกของเรื่องที่ Van Damme เคยเล่นไว้ ก็ได้ Alain Moussi มาแสดงแทน ในขณะที่ Van Damme ก็ขยับไปรับบทอาจารย์ดูแรนด์ ที่ช่วยฝึกสอนวิชาให้ เคิร์ทแทน

บอกตรงๆ ว่าพอดูหนังรุ่นใหม่แบบนี้แล้ว ไม่แก่ก็รู้สึกว่าแก่ครับ เหมือนยุคหนึ่งเรายังดู Van Damme เล่นเป็นพระเอกอยู่แล้ว แต่ตอนนี้พี่แกมาเป็นอาจารย์ซะแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ครับ (แต่เดาว่าคงได้แรงบันดาลใจเล็กๆ มาจากร็อคกี้ ที่ขยับฐานะมาเป็นอาจารย์ให้คนอื่นแทนเหมือนกัน)


สำหรับภาคนี้ เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากครับ จริงๆ ต้องบอกว่าไม่ต้องไปคำนึงถึงเนื้อเรื่องมากก็ได้ หลักๆ เลยคือเคิร์ทเดินทางมาเมืองไทยเพื่อล้างแค้นให้กับพี่ชายของเขา โดยการจัดการกับทองโพธิ์ (Dave Bautista) นักมวยสายโหดร่างบึ้ก

เนื้อเรื่องผมไม่คิดมากครับ ดูตรงแอ็กชันเป็นหลัก ซึ่งก็ถือว่าทำออกมาได้มันส์พอประมาณ ฉากออกหมัดซัดแข้งถือว่าไม่เลวทีเดียวครับสำหรับหนังแอ็กชันเกรดบีสักเรื่อง (แต่ก็เป็นเกรดบีที่ลงทุนไปประมาณ $10 ล้านครับ)

การที่ผมบอกว่าเรื่องนี้เป็นเกรดบีนั้นไม่ได้มีเจตนาในเชิงดูถูกหนังแต่อย่างใดครับ อันที่จริงการแบ่งเกรดหนังก็เหมือนการแบ่งกลุ่ม ทำให้เรารู้ว่าเรากำลังดูหนังกลุ่มไหนอยู่ และมีผลต่อการคาดหวังของเราเช่น บางทีเราจะเอาหนังทีวีไปเทียบกับหนังโรง ก็อาจไม่เป็นธรรมกับหนังทีวีนัก

เช่นเดียวกับหนังเกรดบีน่ะครับ ถ้าถามว่าทำไมไม่มันส์เท่าหนังแอ็กชันฟอร์มใหญ่ๆ ส่วนหนึ่งก็ด้วยทุน ด้วยทีมงาน ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ดังนั้นการมองหนังแบบแบ่งเกรดนั้นก็มีเชิงบวกของมันเหมือนกัน และการที่ผมมองหนังเรื่องนี้ในมุมนั้นก็เลยทำให้ผมเรื่อยๆ กับหนังได้ระดับหนึ่ง


แต่ก็แน่นอนครับว่าใครคาดหวังหนังแอ็กชันสายแน่นที่เนื้อเรื่องคมเข้มแล้ว เรื่องนี้ก็อาจไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องการครับ แต่หากใครดูเอามันส์ ดูเอาฉากบู๊หนักๆ ซัดกันแรงๆ เรื่องนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์เข้าท่า

ส่วนผมก็ดูในฐานะคนที่ติดตามหนังชุดนี้มาน่ะครับ มาดูฉบับรีเมคก็ว่าโอเคนะ คือมันเทียบของต้นฉบับไม่ได้หรอก แต่อย่างน้อยหนังก็เสิร์ฟหมัดเสิร์ฟแข้งให้เราได้สะใจพอตัว และ Van Damme ก็โอเคกับบททำนองนี้ (เข้าโซนเกษียณตามพี่ Sylvester Stallone ไปติดๆ ครับ)

และในฐานะคนไทย ผมดูเรื่องนี้ด้วยความแฮ้ปปี้ครับ ได้เห็นภาพอีกมุมของไทย คือมันจริงนะ มุมกล้องของฝรั่งกับของไทยมันมีความแตกต่างกัน บางทีก็ประเทศไทยเหมือนกันนี่แหละ แต่ฝรั่งถ่ายกับคนไทยถ่ายก็ให้อารมณ์ต่างกัน สำหรับผม ผมถือว่าเป็นอาหารตาที่เพลิดดีครับ

และเราจะได้เจอ ซาร่า มาลากุล เลน ด้วยครับ เธอยังสวยอยู่ ก็ยังคงเป็นกำลังใจให้เธอเจอบทที่เหมาะๆ ปังๆ ครับ

โดยรวมเรื่องนี้ก็เหมาะกับคอแอ็กชันสายเอามันส์ครับ ลองว่าไม่ตั้งความหวังเราก็จะไม่ผิดหวัง แต่หากใครอยากได้อะไรที่มันอลังๆ หรือยิ่งใหญ่ๆ แล้ว ก็ไปหาหนังแอ็กชันฟอร์มใหญ่ๆ มาดูน่าจะเหมาะกว่าครับ
คะแนนความชอบ 5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
 

Similar Videos

รีวิว A Song for Christmas (2017)

2968 1

หนังคริสต์มาสอบอุ่นๆ อีกเรื่องที่ดูแล้วเพลินกว่าที่คิดครับ ยอมรับว่าตอนแรกไม่คาดหวังอะไรเพราะดาราก็ไม่ได้ดึงดูดขนาดนั้น แต่ครั้นได้ดูแล้วถือว่าเวิร์กและให้ความรู้สึก Feel Good ได้มากกว่าที่คิด

รีวิว Anything for Love (2016)

2489 0

เรื่องนี้ชวนให้นึกถึงสูตรละครไทยเหมือนกันนะครับ เป็นหนังแนวรักโรแมนติกว่าด้วยหญิงสาวที่มีอนาคตในวงการอสังหาริมทรัพย์ นามว่าแคทเธอรีน (Erika Christensen) ที่เลขาของเธอเห็นว่าเจ้านายชีวิตดูจืดชืดไม่ค่อยมีสังคมกับเขา ก็เลยเอารูปแคทเธอรีนลงในเว็บหาคู่ แต่ใช้โปรไฟล์เป็นของเลขาแทน

รีวิว Aurora Teagarden Mystery: A Bone to Pick (2015)

1460 0

ระยะหลังนี่ผมกลายเป็นแฟน Hallmark แบบเต็มตัวแล้วล่ะครับ เพราะดูบ่อย ดูถี่ และดูเพลินเสียเหลือเกิน