รีวิวซีรี่ส์ The Mist Season 1 (2017) เดอะ มิสต์ ปี 1

รีวิวซีรี่ส์ The Mist Season 1 (2017) เดอะ มิสต์ ปี 1

เชื่อว่า The Mist ฉบับหนังทำให้หลายคนพูดไม่ออกกับตอนจบของมันก็ จำได้ว่าผมนั่งอึ้งอยู่ในโรงไปพักหนึ่ง แต่ก็พูดได้เต็มปากครับว่ามันเป็นหนึ่งในหนังที่ดัดแปลงจากนิยายของ Stephen King ได้อย่างดีมากๆ เรื่องหนึ่ง

แล้ว 10 ปีก็ผ่านไป ตอนนี้มีคนอาจหาญดัดแปลงมาเป็นซีรี่ส์ ปีแรกความยาว 10 ตอน (ก็ไม่รู้ว่าจะมีอนาคตแค่ไหนสำหรับปีต่อไป) เอาเป็นว่าถ้าดูเฉพาะปีแรก ก็ถือว่าไม่มีอะไรโดดเด่น คือมันดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ความน่าติดตามยังไม่มากเท่าไร

พอดูซีรี่ส์จบ มันทำให้รู้สึกว่าความยาวแค่สองชั่วโมงในฉบับหนังนั้นมันเป็นอะไรที่พอดีแล้วน่ะครับ มันพอเหมาะกับเรื่องราว ปมและความสยองต่างๆ มันชวนติดตามไปจนจบ แบบไม่ต้องเยิ่นเยื้อยืดเยื้ออะไร

เคล็ดลับอย่างหนึ่งของหนังที่เข้าท่าก็คือ ทำมันออกมาให้ยาวพอเหมาะกับเรื่องที่เล่า บางเรื่องถ้ามันต้องยาวก็เล่ายาวเพื่อให้มันครบ แต่กับบางเรื่องถ้ามันไม่ได้มีอะไรให้เล่ามากมายก็เล่าแค่พอดี เพราะหากเล่ายาวเกินความน่าสนใจก็จะลดลง (เหมือนบุญชูที่พอเล่ายาวทีไร เพื่อนหนีทุกที)


การได้ดูฉบับซีรี่ส์มันทำให้เข้าใจเลยน่ะครับ ว่าการหาประเด็นมาเล่นเพื่อยืดเรื่องให้เป็นซีรี่ส์นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหลักๆ มันก็จะเป็นเรื่องของคนที่มาอยู่รวมกันในสถานที่ปิดตาย แล้วสักพักก็จะเริ่มมีปัญหากัน อันนำมาสู่ปมประมาณว่า “ปีศาจในหมอกกับปีศาจในคน”

ประเด็นนีี้ถ้าเล่นสักครั้งสองครั้งมันก็ยังพอทำเนา แต่ถ้าวนเวียนเล่นซ้ำเป็นสิบตอน มันก็จะทำให้ซีรี่ส์ลดความน่าสนใจลงเรื่อยๆ เพราะแกนหลักอย่างหนึ่งของประเด็นนี้ก็คิือ ตัวละครมักจะงี่เง่าครับ มักจะคิดบ้าคิดบอ คิดมโนจนเกิดเรื่อง (ทั้งที่บางทีเรื่องมันไม่มีอะไร แต่มันไปกันใหญ่ก็เพราะคนงี่เง่านี่แหละ)

และธรรมชาติอย่างหนึ่งของคนเราก็คือ ไม่ชอบหรอกครับที่จะไปดูนั่งคนงี่เง่า บางทีมันก็รำคาญและชวนให้หงุดหงิด ซึ่งก็ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของซีรี่ส์นี้เลย คือมาเน้นจุดนี้มากเกินไป แทนที่จะเน้นอย่างอื่นหรือสำรวจจุดอื่นที่หนังยังไม่เคยเล่น

ตัวอย่างเช่นปมปริศนาน่ะครับ ถ้าหนังมีการสำรวจเกี่ยวกับหมอกมากขึ้น, เกี่ยวกับปีศาจหรือที่มาของมันมากขึ้น หรือไม่ก็ทำให้ฤทธิ์ของปีศาจในหมอกมันพิสดารขึ้น ซีรี่ส์ก็คงมีอะไรให้ติดตามมากขึ้นอีกเยอะน่ะครับ


และประเด็นคือในฉบับซีรี่ส์นี่เหมือนตัวละครจะยังพอสามารถเดินฝ่าหมอกไปที่นั่นที่นี่ได้ จริงๆ ถ้าหนังคิดใหม่เพิ่มใหม่ลงไปบ้าง เช่น เพิ่มฉากผจญภัยในหมอก ความน่าสนใจก็คงไหลมา และน่าจะมีอะไรให้ลุ้นเพิ่มขึนอีกด้วย

แต่กับ The Mist ฉบับนี้่เหมือนอยู่ในน้ำนิ่งที่ปกคลุมด้วยหมอกน่ะครับ ดูมันไปไม่ถึงไหนเลย ยิ่งการที่ตัวละครดูจริงจังมาก เครียดมาก เครียดจนน่าอึดอัด และยิ่งมาเจอกับความงี่เง่าบางอย่างก็ทำให้ผมหยุดดูอยู่เหมือนกันนะ เพราะมันรู้สึกว่าเรื่องไม่ไปไหน คนยังมายังงี้อีก แอบเหนื่อยน่ะครับ

แต่ถ้าถามว่าผมชอบอะไรที่สุดนะ ผมว่าผมชอบ Opening Title ของซีรี่ส์ครับ ที่เป็นภาพคนเดินในเมืองที่มีหมอก แค่ไม่กี่วินาทีนั่นแหละ ผมว่าสวยดีึครับ และจริงๆ ถ้าหนังกล้าเล่นแบบคิดใหม่ทำใหม่ ให้หมอกมันเปลี่ยนรูปแบบ คือไม่ต้องคลุมเมืองก็ได้ จะให้คลุมเป็นหย่อมๆ หรือเคลื่อนที่แบบมีชีวิต หรือให้มันเป็นหมอกจางๆ มาก่อนที่หมอกจะมาเต็ม ฯลฯ มันยังมีที่ให้ไปอีกเยอะน่ะครับ ถ้าจะไปน่ะนะ

เอาเป็นว่าผมเคยหวังนิดๆ ตอนประกาศว่าจะสร้างนะ แต่พอเห็นตัวอย่างความคาดหวังเหลือศูนย์เลย ครั้นพอมาดูก็ไม่ต่างจากที่คิด แต่ก็ยอมรับว่าหลายฉากก็สยองแหวะดีเหมือนกัน… ถ้ามีซีซั่นหน้า ก็หวังว่าจะมีการปรับทิศทางให้น่าสนใจขึ้นน่ะนะครับ คือมันต้องมีอะไรที่มากกว่าแค่ “หมอกล้อมรอบ แล้วคนก็มาระแวงใส่กัน” แล้วล่ะ
คะแนนความชอบ 6/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Liberal Arts (2012) ติวรัก วิชาหัวใจ (แบบสปอยล์ ตอนจบ)

1752 0

ผมชอบประเด็นหนังสือ Twilight นะครับ คือเจสส์น่ะค่อนข้างเหยียดหนังสือชุดนี้ มองประมาณว่าเป็นขยะวรรณกรรม (ซึ่งหลายคนก็มองแบบนั้น) แต่หนังก็ทำให้เรามองในอีกมุมครับ ว่าหนังสือแต่ละเล่ม มันมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป

รีวิว The Hollow Point (2016) นายอำเภอเลือดเดือด

1453 0

ตัวเอกคือวอลเลแถบรอยต่อระหว่างอเมริกากับเม็กซิโกครับ แน่นอนว่าเมืองแถบนั้นมีวายร้าย, พวกค้ายา และคนทำผิดกฎหมายกระจุกตัวกันอยู่มากมาย จนทำให้เมืองกลายเป็นกึ่งๆ เมืองเถื่อนอยู่เหมือนกัน

รีวิว Logan (2017) โลแกน เดอะ วูล์ฟเวอรีน (ปลอดสปอยล์)

1853 0

https://www.youtube.com/watch?v=span0iP65aZo บอกตรงๆ ว่าพอดูหนังจบ ผมรู้สึกได้เลยว่า “ใจผมมันชำรุด” ครับ เล่นเอานั่งนิ่งที่เก้าอี้ไปพักหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ใช่เพราะหนังไม่ดีนะ จริงๆ ต้องบอกว่ามันดีจนเรารู้สึก Deep และรู้สึก Down ไปกับมันเลยทีเดียว