รีวิว The Irresistible Blueberry Farm (2016)

รีวิว The Irresistible Blueberry Farm (2016)

ชีวิตคนเราถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจเสมอครับ ไม่ว่าจะเรื่องปรัชญา, วิถีชีวิต, การเปลี่ยนย้ายถิ่นฐาน-สังคม-สิ่งแวดล้อม, การเลือก-ไม่เลือกอะไรบางอย่าง ทั้งหมดทั้งปวง ล้วนมีผลต่อชีวิตเราทั้งสิ้น จะมากหรือน้อยก็เท่านั้นเอง

หนังเรื่องนี้ดัดแปลงจากหนังสือของ Mary Simses (ซึ่งรู้สึกจะยังไม่มีการแปลไทย) พล็อตเรื่องเปิดมาก็น่าสนใจอยู่ครับ นางเอกคือเอลเลน แบรนฟอร์ด (Alison Sweeney) ทนายสาวที่ทำงานอยู่ในมหานครนิวยอร์ก และกำลังจะหมั้นกับกับแฟนหนุ่มผู้เพียบพร้อมอย่าง เฮย์เดน (Kavan Smith)

แต่แล้วคุณยายผู้จากไปของเธอ (Shirley Jones) ก็ได้มอบจดหมายฉบับหนึ่งไว้ให้ พร้อมสั่งเสียให้เอลเลนช่วยนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ถึงมือ เชท คัมเบอร์ฟิลด์ ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นใคร เบาะแสมีเพียงชื่อและที่อยู่ที่จ่าหน้าซองไว้

เอลเลนจึงต้องเดินทางไปยังเมืองเล็กๆ ในรัฐเมนที่เป็นบ้านเกิดของคุณยายเธอ และตามหาคนชื่อเชทให้พบ และที่นั่นเองเธอก็ได้พบเจอกับ รอย (Marc Blucas) ชายหนุ่มที่ช่วยเธอไว้จากการจมน้ำ


ตัวหนังจัดว่ากึ่งๆ ครับ หลักๆ คือดราม่าผสมโรแมนติก แต่ก็จะมีการตามปมปริศนาเล็กๆ ว่าใครกันแน่คือ เชท คัมเบอร์ฟิลด์ ทว่าเอาเข้าจริงประเด็นสำคัญของหนังไม่ได้อยู่ที่นายเชทคนนี้หรอกครับ แต่มันเป็นเรื่องของเอลเลนต่างหาก

เอลเลนนั้นใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้า เงินตรา และแสงสี เธอคบหาแฟนหนุ่มที่มีอนาคตไกลมากๆ แต่กระนั้นลึกๆ แล้วเธอก็ตั้งคำถามอยู่ในใจว่านี่คือทางที่ถูกจริงๆ หรือไม่ นี่คือชีวิตที่เธอต้องการจริงๆ ไหม

แล้วพอเอลเลนมาใช้เวลาตามหาเชทในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เธอก็สัมผัสถึงบรรยากาศที่อบอุ่น ได้พบเจอผู้คน ได้พบเจอวิถีชีวิตง่ายๆ ไม่ต้องดิ้นรนให้มากเกิน ไม่ต้องวิ่งตามความสำเร็จแบบในเมืองใหญ่ จนเธอเริ่มทบทวนในสิ่งที่เธอเลือกว่าแท้จริงเธอต้องการชีวิตแบบไหนกันแน่

โดยหลักๆ แล้วหนังเลยเน้นที่การค้นหาตนเองของเอลเลนน่ะครับ ค้นหาว่าเธอต้องการชีวิตแบบไหน แล้วเราๆ ท่านๆ ก็คงพอเดาได้ว่าสุดท้ายแล้วเธอจะเลือกชีวิตแบบไหน ซึ่งในแง่หนึ่งมันก็ออกแนวพิมพ์นิยมนะ เนื้อเรื่องประมาณว่าตัวเอกจากกรุงไปอยู่บ้านไร่แล้วสุขใจ เลยตัดสินใจอยู่ยาวๆ อะไรแบบนั้น


แต่ผมชอบที่หนังเรื่องนี้ไม่พยายามบอกว่าชีวิตในเมืองเป็นชีวิตที่แย่ แล้วชีวิตในเมืองเล็กๆ เป็นชีวิตที่ดีกว่า หนังไม่ได้สื่อแบบนั้นครับ หนังเพียงพยายามบอกเราว่า คนเราแต่ละคนมีวิถีที่เหมาะกับตนเองเสมอ ขอเพียงหาให้เจอเท่านั้น

บางคนก็อยู่ในเมืองใหญ่มานานจนชินน่ะครับ เขาก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข สามารถทำตนให้อยู่เหนือกระแสบางประการของสังคมจอมปลอม (ว่าง่ายๆ คือไม่จมไปกับกระแสหรือความวุ่นวายที่มีอยู่ทั่วไป ใครๆ เขาเร่งเราไม่ต้องเร่งตามก็ได้ อะไรประมาณนั้น)

บางคนก็เหมาะกับการอยู่กับชีวิตง่ายๆ ชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ อยู่ในเมืองเล็กๆ ที่คนรู้จักกันเกือบหมด ชีวิตที่การแข่งขันแม้จะมีแต่ก็ไม่หนักหนาจนเกินรับ และยังพอมีเพื่อน มีครอบครัวคอยเป็นกำลังใจ ประคองให้ผ่านปัญหาไป ฯลฯ สำหรับบางคน ชีวิตแบบนี้คือชีวิตที่ดีแบบเพียงพอ

สำหรับตัวหนังแล้ว มันอาจไม่ได้สุดยอดอะไรมากครับ แต่ดูได้เพลินๆ และที่สำคัญคือได้แง่คิดชวนให้ทบทวนเกี่ยวกับตนเอง… บางครั้งเราก็ต้องทบทวนชีวิตที่เรามีอยู่กับชีวิตที่เราปรารถนาเป็นระยะๆ ครับ
คะแนนความชอบ 6.5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

O-Negative รักออกแบบไม่ได้

210 0

รักออกแบบไม่ได้ O-Negative ออกฉายเมื่อ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2541 นำแสดงโดยนักแสดงมากความสามารถหลายท่านได้แก่ ปริม แสดงโดย (ทาทา ยัง), อาร์ท แสดงโดย(เรย์ แม็คโดนัลด์), ปืน แสดงโดย(ชาคริต แย้มนาม), ฝุ่น แสดงโดย(มนัสวี กฤตานุกูลย์) และ ชมพู่ แสดงโดย(ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) เป็นเรื่องราวความรักภายในกลุ่มเพื่อน จะทำอย่างเมื่อความรู้สึกของความเป็นเพื่อนอยากพัฒนาให้ถึงขั้นแฟนหรือควรจะ สารภาพรักดีไหม เพราะรักมีหลายรูปแบบ ความรักจึงออกแบบไม่ได้ ในหนังเรื่องนี้คุณจะได้พบกับความรักในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรักแบบเพื่อน ความรักแบบเพื่อนที่พัฒนาจนเป็นแฟนกัน และความรักแบบหนุ่มสาว คุณจะได้รับรู้ความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไป มันจะทำให้คุณเข้าใจในตัวของคุณเองและคนที่คุณแอบหลงรักมากขึ้น

รีวิว The Accountant (2016) อัจฉริยะคนบัญชีเพชฌฆาต

2467 0

เสียดายที่ไม่ได้เขียนถึงหนังเรื่องนี้ตอนมันเข้าโรง เพราะจริงๆ ดูแล้วชอบครับ ชอบตัวเรื่อง ชอบองค์ประกอบ และชอบเสียงพากย์ (โดยคุณจักรกฤษณ์ แต่เหมือนจะได้ข่าวว่าตอนลงแผ่นจะเป็นคนละทีมพากย์ ถ้าจริงก็เสียดายเลยครับ)

รีวิว Runner Runner (2013) รันเนอร์ รันเนอร์ ตัดเหลี่ยมเดิมพันอันตราย

1467 0

Runner Runner นี่ก็อีกเรื่องที่พล็อตน่าสนใจครับ Justin Timberlake รับบท ริทชี่ นักศึกษาที่เล่นเกมพนันออนไลน์แล้วแพ้ แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าตัวเองจะแพ้น่ะครับ (และคิดว่าตนโดนโกง) เขาเลยเดินทางไปหาไอแวน บล็อก (Ben Affleck) เจ้าของเว็บที่ว่า แต่แล้วไปๆ มาๆ ไอแวนก็ชวนให้ริทชี่มาทำงานด้วยครับ ซึ่งเราก็คงพอเดาได้ไม่ยากว่าการร่วมงานกันของพวกเขา ย่อมไม่ได้มีแต่ความราบรื่น และอันที่จริงคือ อาจมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพยายามหาทางหักหลังอีกฝ่ายก็เป็นได้