รีวิว Hacksaw Ridge (2016) วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์ (ปลอดสปอยล์)

รีวิว Hacksaw Ridge (2016) วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์ (ปลอดสปอยล์)

การได้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนได้แวะไปเจอเพื่อนเก่ายังไงยังงั้นครับ เพราะอารมณ์ โทนหนัง จังหวะการเล่า และเนื้อหาสาระมันชวนให้นึกถึงหนังสมัยยุค 90 -2000 ขึ้นมาเลย

เรื่องของตัวเอกที่มีปณิธานแรงกล้าท่ามกลางสังคมที่ไม่ยอมรับแนวคิดนั้น ทำให้เขาต้องฟันฝ่าอะไรหลายอย่างกว่าจะไปถึงจุดที่ทุกคนยอมรับได้ และในที่สุดเขาก็ได้กลายเป็นบุคคลที่ก่อประโยชน์อย่างมากมายแบบที่ใครก็ไม่คาดคิด

หนังแนวนี้ที่เคยทำให้ผมประทับใจมาก่อนก็คือ Men of Honor ครับ (อีกหนึ่งงานน่าจดจำของ Cuba Gooding, Jr. ก่อนจะลงไปเล่นหนังเกรดบี) เอาเป็นว่าใครชอบเรื่อง Hacksaw Ridge ผมแนะนำให้หาเรื่องนั้นมาดู รับรองว่าจะถูกใจแน่นอนเพราะแนวทางคล้ายกัน

หนังยุค 90 ในความเห็นผมนั้นอารมณ์มันจะเป็นอะไรที่ตกผลึกมาจากยุค 70 – 80 ยุคที่ประชาชนอเมริกันเริ่มตื่นมามองความจริง ได้เห็นด้านมืดของรัฐจนก่อให้เกิดบุปผาชนขึ้นมากมาย ยุค 70 – 80 จึงเป็นยุคแห่งวืกฤติศรัทธา ก่อนจะตามด้วยการแสวงหาอะไรสักอย่างมายึดเหนี่ยว

หนังยุค 70 – 80 มักมีอารมณ์หม่นมืด เต็มไปด้วยการหาความจริงและการตีแสกหน้าสังคม ซึ่งก็เป็นเหมือนการระบายอย่างหนึ่งของคนรุ่นนั้น ในขณะที่คนรุ่นใหม่พอดูเข้าก็มีผลตอบสนองหลายแบบ บางคนก็แอนตี้สังคมไป บางคนก็ทุ่มเททำอะไรเพื่อชาติและบ้่านเมืองแบบจริงจัง

ในขณะที่บางคนดูแล้วข้ามช็อต ไม่มองแค่ด้านลบที่เคยเกิดขึ้น แต่พยายามหาคำตอบว่า “แล้วเราจะไปเจอด้านสว่างได้จากที่ไหน?” หรือ “แล้วเราจะออกจากจุดหม่นเศร้าที่เรายืนกันอยู่ได้อย่างไร?” ซึ่งคนกลุ่มนี้หลายคนก็ถ่ายทอดการแสวงหาหรือไม่ก็ “คำตอบปลายทาง” ผ่านทางภาพยนตร์

หนังยุค 90 เลยจะมีความหลากหลายในเชิงสร้างสรรค์ มีหนังครอบครัวหรือหนังว่าด้วยความรักเบ่งบานอุดมสมบูรณ์ไปหมด (นัยว่าการเจอคนรักหรือการมีครอบครัวคือปลายทางความสุขขนานหนึ่ง) อีกแนวที่นิยมคือหนังสไตล์คนเก่งนอกตำรา นอกกติกากฎกรอบ แต่สามารถทำสิ่งดีๆ หรือเปลี่ยนโลกได้ (นัยว่าที่ผ่านมากฎกติกามันยังไม่ดีพอ ก็ต้องนอกกฎหลุดกรอบเพื่อสร้างสรรค์อะไรที่มันดีกว่า)

และที่ลืมไม่ได้คือหนังประวัติศาสตร์ที่จะนำเอาเรื่องราวของบุคคลเก่าๆ ที่ทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์ หรือเป็นแรงบันดาลใจดีๆ มาบอกเล่า ซึ่งจริงๆ หนังแนวนี้ก็ยังมีจนถึงปัจจุบันครับ เพียงแต่ระยะหลังหนังยุคใหม่จะเน้นแสดงให้เห็นถึงความจริงของโลกมากขึ้น (มีทั้งด้านสวยและไม่สวย)

ในขณะที่หนังยุค 90 รสชาติจะออกแนวสุขนิยม เน้นด้านสวยเป็นหลัก หรือเน้นเล่าด้านดีเป็นหลัก จนบางคนก็มองว่าหนังถูกปรุงจนขาดความสมจริงไป (เพราะใครมันจะชีวิตสวยงามแบบโมโนโทนได้ขนาดนั้น) ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็อยู่ที่รสนิยมของแต่ละคนครับ ไม่มีผิดถูก

กระนั้นผมก็ยอมรับล่ะครับว่าผมชอบแนวนั้นนะ คงเพราะชีวิตแต่ละวันมันก็เจอเรื่อง “จริง” เยอะพอแล้ว การได้ปลีกเวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ ไปเสพอะไรที่มันสวยๆ สร้างแรงบันดาลใจบ้างมันก็ไม่เลว เหมือนเจอรถติดทุกวันมาทั้งปี บางทีเราก็อยากนั่งรถหนีไปต่างจังหวัดที่รถน้อยๆ ต้นไม้เยอะๆ และธรรมชาติแยะๆ บ้าง

และ Hacksaw Ridge ก็มีอารมณ์ประมาณนั้นครับ แม้หนังจะเป็นแนวสงครามที่มีฉากการฆ่ากันกลางสนามรบแบบดุเดือดเลือดสาดจนน่าสยอง แต่แก่นหลักแกนเรื่องก็ยังคงไว้ซึ่งความหวัง ด้านสวยงาม และแรงบันดาลใจ จนต้องเรียกว่าถ้าไม่นับฉากรบที่ดุเดือดแล้ว ส่วนอื่นๆ ของหนังล้วนได้อารมณ์โลกสวยแทบทั้งสิ้น

ตัวหนังว่าเรื่องของ เดสมอนด์ ดอสส์ (Andrew Garfield) ชายที่สมัครไปเป็นหน่วยแพทย์สนามกลางสมรภูมิ และประกาศกับกองทัพว่าเขาจะไม่จับปืนเพื่อเข่นฆ่าใครเป็นอันขาด ซึ่งนั่นทำให้เขาโดนเพ่งเล็งจากเบื้องบน แต่เขาก็ต่อสู้จนตนเองสามารถไปร่วมรบโดยไม่สังหารผู้ใด อีกทั้งยังช่วยชีวิตคนได้อย่างมากมายอีกด้วย
(ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาต่อกันครับ)
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว The Lady (2011) อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ

1658 0

https://www.youtube.com/watch?v=BOPhgANP3EA The Lady โดดเด่นในแง่พลังดารา Michelle Yeoh สวมบทนางอองซานซูจีได้อย่างน่าปรบมือครับ เธอดูเป็นหญิงแกร่งที่ซ่อนสะกดอารมณ์อันหลากหลายไว้ภายใน

รีวิว Into the Grizzly Maze (2015)

1915 0

อีกหนึ่งหนังเล็กๆ ที่น่าสนใจขึ้นมาเพราะชื่อชั้นดาราที่แม้จะไม่ถึงกับดังติดตลาด แต่ก็ถือว่าพอมีชื่อ ไม่ว่าจะ James Marsden (X-Men), Thomas Jane (The Mist), Piper Perabo (Coyote Ugly), Scott Glenn และ Billy Bob Thornton

รีวิว Hot Tub Time Machine 2 (2015) สี่เกลอเจาะเวลาทะลุโลกอนาคต

2319 0

Hot Tub Time Machine 2 เป็นภาคต่อที่ดาราหลักๆ มากันครบ ยกเว้น John Cusack ที่ไม่ได้มาร่วมจอด้วย (จริงๆ เขามาโผล่รับเชิญเล็กๆ แต่ฉากนั้นถูกตัดออกไป)