รีวิว The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 (2014) เกมล่าเกม ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 1

รีวิว The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 (2014) เกมล่าเกม ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 1

the-hunger-games-mockingjay-part-1-2

The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 คือภาคคั่นเวลาก่อนทุกอย่างจะไปสิ้นสุดใน Part 2 ซึ่งถ้าใหสรุปคร่าวๆ แล้วก็ถือเป็นภาคที่ดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีความอลังหรือความลุ้นเท่า 2 ภาคแรก

ทำใจไว้ก่อนดูแล้วครับ เหมือนตอนดู Harry 7.1 หรือ Twilight 4.1 นั่นแหละ คือดูไว้อุ่นเรื่อง โดยรู้แก่ใจว่าพล็อตมันยังไม่ถึงจุดที่จะมีไคลแม็กซ์อะไรมากมาย ดังนั้นขอแค่หนังเล่าเรื่องได้เพลินก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว และสำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าตามนั้นครับ

ในแง่หนึ่งก็ขอชม Francis Lawrence ล่ะครับ เขาคุมหนังได้โอเคในระดับหนึ่ง บวกกับการแสดงขั้นเทพของดาราอย่าง Jennifer Lawrence, Woody Harrelson, Julianne Moore, Elizabeth Banks, Jeffrey Wright, Donald Sutherland และ Philip Seymour Hoffman ผู้ล่วงลับ ซึ่งบอกได้เลยครับว่าถ้าดาราไม่แจ๋วจริง หนังคงออกมาธรรมดากว่าที่เป็นมากๆ

เพราะถ้าว่าตามจริงพล็อตมันไม่มีอะไรมากน่ะครับ แอ็กชันก็ไม่เยอะ ส่วนมากก็จะวนอยู่กับการชวนเชื่อ (กลับ) ของฝ่ายต่อต้านที่ใช้แคทนิส (Lawrence) เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (ซึ่งก็แอบจิกกัดการโฆษณาชวนเชื่อได้ไม่เลวเหมือนกัน) แล้วก็การรอจังหวะที่จะหาทางลุยไปช่วยพีต้า (Josh Hutcherson) ที่โดนจับไว้เมื่อภาคก่อน มันเลยไม่มีประเด็นขัดแย้งหรือการเดินเรื่องไปข้างหน้าสักเท่าไร ดังนั้นการแสดงของสารพัดดารานี่แหละครับที่ทำให้เรายังโอเคที่จะดูหนังไปจนจบ 2 ชั่วโมงได้

2014, THE HUNGER GAMES -  MOCKINGJAY

แต่ถ้าถามว่าโอเคไหม ผมก็ยังโอเคนะครับ แม้เรื่องจะไม่เดินไปไหนมาก แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อจนเกินไป แต่หากคาดหวังแอ็กชันมันส์ๆ หรือการไล่ล่าลุ้นๆ ก็อาจผิดหวังได้ครับ เลยต้องบอกไว้ก่อนว่าอย่าคาดหวังความมันส์แบบ 2 ภาคแรก เพราะมันไม่มีสนามฮังเกอร์เกมให้แคทนิสไปลุยในภาคนี้

โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าถ้าดูภาคนี้โดดๆ อารมณ์อาจไม่ค่อยมาสักเท่าไรครับ แต่หากเก็บไว้รอดูต่อกันยาวๆ ประเภทว่าดู 1 – 2 แล้วต่อด้วย 3.1 ก่อนจะไปปิดท้ายด้วย 3.2 อารมณ์เราน่าจะเพลินและน่าจะอินกว่าครับ

เอาเป็นว่ายังโอเคกับภาคคั่นเวลาภาคนี้ครับ แม้ในใจส่วนลึกก็แอบคิดว่าจริงๆ มันก็น่าจะทำให้ออกรสกว่านี้ได้ แต่ก็คิดว่าทีมงานคงพยายามทำภาคนี้ไม่ให้เด่นเกินไป หรือพยายามไม่ใส่เต็ม แต่จะเก็บของดีไปปล่อยเต็มๆ ในภาคสุดท้ายมากกว่า นั่นเลยทำให้อะไรๆ มันดูกั๊กๆ อยู่บ้าง

เจอกันภาคหน้าครับแคทนิส (ว่าแล้วก็เอา 2 ภาคแรกมาดูใหม่ ^_^)
คะแนนความชอบ 7/10 ครับ
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
SS_D8-3371.dng

Similar Videos

รีวิว Everybody Wants Some!! (2016) อยากได้ไหม ใครสักคน (ตอนที่ 1)

29 0

เรื่องนี้ก็เข้าทางผมอีกแล้วครับ หนังสไตล์ย้อนยุค ถ่ายทอดแง่มุมชีวิตวัยรุ่นวัยเรียน และกลั้วอารมณ์แบบหนัง Coming of Age เข้าไปอีกหน่อย เป็นอะไรที่ผมชอบอยู่แล้ว ไหนจะชื่อผู้กำกับ Richard Linklater (ไตรภาค Before Sunrise และ Boyhood) เรื่องนี้เลยเป็นหนังน่าดูภาคบังคับสำหรับผมครับ

Hector and the Search เฮคเตอร์แย้มไว้ให้โลกยิ้ม

2335 0

ภาพยนตร์โลกสวยอีกเรื่องหนึ่งที่น่าติดตามเลยก็คือ Hector and the Search for Happiness ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า แย้มไว้ให้โลกยิ้ม เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าผจญภัย และแฝงด้วยมุขตลกขบขันเข้ามาในเรื่องด้วย เป็นภาพยนตร์ที่ให้แง่คิดในการดำรงชีวิตด้วยความสุข ใครที่ได้ดูเรื่องนี้จะต้องมีความสุขอย่างแน่นอน

รีวิว The Trials of Cate McCall (2013) พลิกคดีล่าลวงโลก

2447 0

ใน The Trials of Cate McCall Kate Beckinsale มารับบทดราม่าแบบเต็มตัวครับ เธอแสดงเป็น เคท แม็คคอล ทนายสาวที่ติดเหล้าขนานหนักจนร่างกายทรุดโทรมและอาจจะต้องเสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกสาวไป เธอเลยต้องพยายามฟื้นฟูตัวเองให้ทันเวลา อีกทั้งยังต้องว่าความให้ชนะคดีที่เธอรับมาด้วย เป็นหนังดราม่าที่ผสมเรื่องราวการว่าความในศาลเข้าไปด้วยครับ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ถ้าเป็นหนังแนวขึ้นศาลล่ะขอให้บอกครับ อยากดูอยู่แล้วพวกการแก้ต่างซักค้านน่ะ ถ้าถามว่าเรื่องนี้โอเคไหมในส่วนของการสู้ความกันในศาล ก็บอกได้ว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ไม่ถึงกับน่าติดตามอะไรนัก พวกปมหรือการซักแก้ต่างถือว่าธรรมดา ไม่ได้ตื่นเต้นหรือลุ้นจัดๆ เท่าหนังอย่าง A Few Good Men, A Time to Kill, Primal Fear หรือหากให้เทียบที่ใกล้ๆ หน่อยก็คือ The Rainmaker