รีวิว Creed (2015) ครี้ด บ่มแชมป์เลือดนักชก (ตอนที่ 3)

CR010

ผลรวมของหนังเรื่องนี้ถือว่าโอมากๆ ครับ ถึงรสทั้งดราม่าและแอ็กชัน โดยหนังแอบแทรกโรแมนติกลงมานิดๆ ซึ่งก็ไม่เลว คือมันไม่ดูเป็นส่วนเกินน่ะครับ ดูเป็นโรแมนติกแบบบ้านๆ ไม่ได้หวานแหวว ไม่ได้น่ารักงุ้งงิ้ง แต่ก็จับใจอยู่ลึกๆ

ในแง่การแสดงก็ยอดหมดครับ Jordan จริงๆ เป็นนักแสดงฝีมือดีนะ แกเล่นหนังกี่เรื่องผมก็ชอบการแสดงของแกหมด (แม้แต่ใน Fantastic Four ก็เถอะ) กับเรื่องนี้เขาก็เหมาะในบทอโดนิสครับ เล่นได้ดี เล่นได้ถึง โดยเฉพาะฉากที่น้ำตาต้องไหลพรากนี่อารมณ์มันได้จริงๆ

แต่รายที่ผมรักสุดๆ คือพี่สไลครับ (Stallone นั่นแหละ แต่ผมชอบเรียกชื่อเล่นแก) เขามาสานต่อบทร็อคกี้ได้อย่างดี ซึ่งในแง่หนึ่งหลายคนอาจจะบอกว่า ก็พี่แกมาเล่นบทเดิมเป็นหนที่ 7 ก็ต้องดีสิ อันนั้นผมก็ไม่เถียงครับ แกเล่นซ้ำจนต้องเล่นดีแล้วล่ะ แต่ถ้ามองแบบไม่นับว่าแกเล่นมากี่หน ก็ต้องบอกว่าเขาคือพลังสำคัญของหนังจริงๆ

แอบเสียดายที่พี่แกไม่ได้ออสการ์เหมือนกันนะ แต่ไม่แน่ว่ากรรมการอาจคิดแบบที่หลายๆ คนคิด (คือพี่แกเล่นบทเดิมเป็นรอบที่ 7) แต่ถ้าเป็นการส่วนตัวแล้วผมให้พี่แกไปเลย เพราะนอกจากพี่แกจะพยายามกับบทนี้มากแล้ว นี่ยังถือเป็นการแสดงที่ดีมากๆ จากนักแสดงคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์เศร้าอย่างที่สุดด้วย

CR011

ที่ว่าเศร้านั่นก็เพราะ ก่อนเปิดกล้อง Creed ลูกชายคนโตของพี่สไลที่ชื่อ Sage Stallone เพิ่งเสียชีวิตไปด้วยอาการหัวใจวายครับ ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้พี่สไลแทบไม่อยากทำอะไรต่อทั้งสิ้น ไม่เหลือแรงทำอะไรต่ออีก แต่ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้าง (หนึ่งในนั้นคือ Coogler) จึงทำให้เขาลุกขึ้นมาเล่นบทนี้ต่อได้

Sage Stallone นั้นเคยรับบทเป็นลูกของร็อคกี้ใน Rocky V ครับ และนั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญที่มีการกล่าวถึงลูกชายของร็อคกี้ในหนังเรื่อง Creed เพียงครั้งเดียวเท่านั้น (และรูปถ่ายที่อโดนิสไปเจอในห้องของพอลลี่นั้น คือรูปพี่สไลถ่ายคู่กับ Sage นั่นเองครับ)

เกร็ดที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ร็อคกี้ในภาคนี้ทำหน้าที่เทรนเนอร์แบบเดียวกับที่มิคกี้ (Burgess Meredith) เคยเทรนให้เขาใน Rocky ภาคแรก ซึ่งอายุของพี่สไลในตอนนี้คือ 69 เท่ากับ Meredith ตอนเล่นเป็นมิคกี้เป๊ะเลยครับ

อีกหนึ่งตัวละครที่สำคัญคือ Tessa Thompson ในบทคนรักของอโดนิสซึ่งเธอก็เก่งอยู่นะครับ สามารถแบ่งพื้นที่บนจอจาก 2 ดารานำได้ แม้บทจะยังไม่เด่นถึงขนาดนั้น แต่ก็ถือเป็นส่วนเสริมของเรื่องราวที่ดีทีเดียว

CR009

พูดได้เต็มปากครับว่า Creed เป็นภาคต่อและภาคแยกที่สมศักดิ์ศรีมากๆ สำหรับหนังชุด Rocky โดยหากให้จัดเรียงลำดับแล้ว ผมชอบภาคแรกสุด รองลงมาคือภาค Balboa แล้วก็ต่อด้วย Creed นี่แหละครับ

ที่บอกแบบนี้ไม่ได้แปลว่า Creed ดีน้อยกว่า Balboa นะ หากมองกลางๆ แล้วผมว่า Creed เข้มและข้นกว่า แต่หากพูดถึงในแง่ความรู้สึกแล้ว ในฐานะคนที่ตามดู Rocky มานาน ก็ย่อมรู้สึกผูกพันและอินกับภาค Balboa มากกว่าเป็นธรรมดา

แต่ก็ต้องดูกันต่อไปครับ ว่า Creed ภาคต่อจะมีทิศทางเป็นยังไง บอกได้แค่ว่า ถ้าทำออกมาอีก ผมก็ตามดูแน่ล่ะครับ (แต่ขอให้ทีมเดิมทำก็แล้วกัน)

ในส่วนของแง่คิดแล้ว มีหลายอย่างเลยล่ะครับที่ผมชอบ ที่ชอบมากๆ อันหนึ่งคือฉากที่ร็อคกี้สอนอโดนิส โดยการให้อโดนิสเดินไปที่กระจก แล้วบอกให้มองไปที่คนในกระจก (ซึ่งก็คือตัวอโดนิสเอง) ก่อนจะบอกว่า “นั่นแหละคือคนที่นายต้องเอาชนะให้ได้”

ถือเป็นคำสอนง่ายๆ ที่โดนมากครับ มันจริงนะ ตัวเราเองนี่แหละที่เป็นได้ทั้งคู่แข่งหรือไม่ก็ศัตรูตัวฉกาจ ตัวเรานั่นเองที่สามารถทำสารพัดสิ่งเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้ตัวเราเองได้ หรือไม่ก็สามารถทำได้สารพัดสิ่งเพื่อถ่วงตัวเราให้ไม่สามารถเดินไปสู่ความสำเร็จได้

ทำให้การแข่งที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่การแข่งกับคนอื่น แต่คือการแข่งกับตัวเอง การหมั่นฝึกปรือให้ตัวเราเหนือกว่าตัวเราเมื่อวันวาน อีกทั้งต้องเอาชนะความเกียจคร้าน ความท้อแท้ หรือทัศนคติลบๆ ที่บังเกิดได้เสมอในสมองน้อยๆ ของเรา

CR012

นอกจากนี้การรู้จักตนเองคือพื้นฐานที่สำคัญสู่ความสำเร็จในภายหน้าครับ การที่ร็อคกี้ให้อโดนิสจ้องตัวเองให้ดีๆ สังเกตเวลาขยับ เวลาออกหมัด สังเกตแววตา สังเกตท่าทาง ก็คือการรู้จักตนเองให้ดี สังเกตว่าเราคือใคร เราเป็นอย่างไร เรามีจุดอ่อนหรือจุดแข็งอย่างไร

ซึ่งประเด็นที่ว่านี่ก็สอดคล้องกับธีมของเรื่องล่ะครับ แม้อโดนิสอยากเป็นนักชกอันเนื่องจากความต้องการภายใน แต่เขาก็ไม่ยอมรับอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตนเอง อย่างการเป็นลูกของอพอลโลนี่เขาก็พยายามจะหลบเลี่ยง หลายครั้งเหมือนกันที่เขารู้สึกต่อต้านความเป็นลูกของอพอลโลด้วย เรียกว่ามันย้อนแย้งกันอยู่ในทีครับ เขามีทั้งภาวะที่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น (อยากเป็นนักมวย ฯลฯ) และภาวะที่หลีกหนีจากตัวตนที่แท้จริง (ไม่ว่าจะเพราะไม่ยอมรับหรือไม่กล้ารับก็ตาม)

ดังนั้นธีมหลักธีมหนึ่งของหนังคือการรู้จักยอมรับตนเองครับ ค้นให้เจอว่าเราคือใคร เราต้องการอะไร เราอยากจะไปให้ไกลแค่ไหน และอะไรคือสิ่งที่เรายอมทุ่มเททุกสิ่งในชีวิตเพื่อให้ได้มันมา

การจะรู้จักตัวเองให้ถ่องแท้อาจไม่ใช่ของง่าย แต่ก็เป็นไปได้เสมอหากเรามีความตั้งใจอย่างแท้จริง

สรุปอีกหนครับว่านี่คือหนังที่ดีมากอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะในฐานะหนังดราม่าหมัดมวย หรือหนังภาคแยกของหนังระดับตำนานอย่าง Rocky
คะแนนความชอบ 8/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

วันที่เข้าฉาย:

แสดงความคิดเห็น