รีวิว Maleficent (2014) มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ

รีวิว Maleficent (2014) มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ

2014-Maleficent-Film-Wallpaper-HD

แม้ Maleficent จะไม่ได้มี Effect ละลานตาเท่า Alice in Wonderland หรือ Oz แต่ผมก็ชอบนะครับ

1.) ชอบพล็อตเรื่อง ที่แม้จะง่ายๆ ดูแล้วเดาได้ (ไม่ว่าจะบทสรุปของเมลาฟิเซนต์หรือนิยามอันแท้จริงของ “จุมพิตรักแท้“) แต่มันประทับใจดีครับ โดยที่หนังก็ค่อยๆ “กินใจ” เราไปทีละคำ

ใช่ ครับ กินช้าๆ คำอาจไม่ใหญ่นัก… อาจไม่มีฉากซึ้งจัดๆ หรือฉากประทับใจล้นๆ แต่พอดูจบแล้ว หนังก็ได้ใจผมไปหลายคำ… แปลกดีที่หนังกินใจผม แต่ผมดันอิ่ม

2.) ชอบที่เรื่องเทพนิยายสมัยนี้ไม่ได้มีแค่ “ขาวล้วน-ดำร้อย” ไม่จำเป็นต้องมีพระเอกตามสูตร และคนที่ถูกหาว่าเป็นปีศาจตัวร้ายก็หาใช่จะเลวร้ายมาแต่เริ่มโดยไร้เหตุไร้ผล

ทุกการกระทำอันเลวร้าย ย่อมเป็นผลมาจากบางสิ่งเสมอ

3.) นึกไม่ออกว่าใครจะเหมาะกับบทเจ๊เมลาไปกว่า Angelina Jolie ส่วน Elle Fanning ก็เล่นเป็นเจ้าหญิงน้อยออโรร่าได้สดใสน่ารัก ฟรุ้งฟริ้งวิ้งเหลือกำลัง ใครไม่รักเธอก็แปลกล่ะครับ

ในขณะที่คนอื่นๆ แม้จะไม่เด่นแต่ก็ช่วยให้หนังดำเนินไปได้อย่างเพลินๆ

4.) ชอบตอนท้ายที่เฉลยว่าใครคือผู้เล่าเรื่องนี้ทั้งหมด ถือเป็นอะไรที่เหมาะมากครับ แม้หนังจะแฟนตาซีแต่อารมณ์มัน Real ขึ้นมาเลย

MALEFICENT
ชวนคิดย้อนไปถึงนิทาน เรื่องเล่า เทพนิยาย หรือหนังแฟนตาซีอภินิหารสมัยก่อน ที่ชอบมีพระเอกเก่งๆ ปราบปีศาจที่จู่ๆ ก็ออกมาก่อกรรม ออกมาทำร้ายชาวบ้าน แล้วพอพระเอกปราบได้เรื่องนั้นๆ ก็จะ Happy Ending

แต่ประเด็นคือ มันจัดว่า Happy ได้จริงๆ หรือเปล่า?

เรื่องแบบนี้มีมาเรื่อยๆ นะครับ ปีศาจโผล่มาเสมอๆ หากคิดจุดนี้สักหน่อยก็น่าตั้งคำถามล่ะครับว่าปีศาจมันมาเพราะอะไร จู่ๆ มันอยากหาเรื่องเราหรือเพราะมนุษย์อย่างเราๆ ไปทำอะไรระรานมัน (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม)

สมัยก่อนก็เล่าแนวพระเอกปราบปีศาจแล้ว จบ แต่สมัยนี้ทิศทางความคิดเริ่มเปลี่ยน คนเล่าเริ่มขุดค้นว่าคนไม่ดีหรือปีศาจร้ายไปตกอยู่ในสภาพนั้นๆ ด้วยเหตุผลกลใด (ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวคิดปัจจุบันที่คนหันมาสนใจจิตใจกันและกัน และสนใจธรรมชาติมากขึ้น หลังจากโดนธรรมชาติกระหนำภัยมาบ่อยๆ)

บทสรุปที่ถือว่าเป็น Happy Ending ของโลกยุคใหม่ ตอนนี้จะออกแนวต่างฝ่ายต่างได้ เสียหายน้อยที่สุด และจบกันด้วยดี (Win-Win Solution) มากกว่าจะเป็นฮีโร่ชนะขาดลอย

อาจเพราะหลายคนตระหนักว่า การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะขาด ก็ย่อมมีฝ่ายที่สูญเสีย ซึ่งฝ่ายที่สูญเสียนั้นเองก็อาจฟื้นมาเป็นปีศาจเมื่อไรก็ได้ และการราวีก็จะไม่สิ้นสุด

อันไหนแบ่งปันได้ก็แบ่ง ยกเว้นคนใดที่ร้ายจนเกินเยียวยา การกำราบให้อยู่ก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้

แต่กับคนที่พอเยียวยาได้ การให้โอกาสต่อกัน อาจพลิกผันสิ่งเลวร้ายให้กลายเป็นสวยงามขึ้นมา

still-of-elle-fanning-in-maleficent-(2014)-large-picture
ถือเป็นหนังแฟนตาซีที่ดูสนุกครับ ดูแล้วชวนให้คิดตามว่ามนุษย์อย่างเราๆ ก่อให้เกิดปีศาจขึ้นมามากน้อยแค่ไหนแล้วหนอ

การหันหน้ามาสมานใจกัน และการฝึกนิสัย “ยืดอกรับผิดชอบในสิ่งที่เรากระทำ” (พร้อมทั้งแก้ไขไม่ให้ผิดอีก) อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่จะพัฒนามนุษย์ให้สามารถไปได้ไกลกว่าที่เคย

เรื่องเล่าไม่ว่าจะสยอง ระทึก หรือแฟนตาซี ล้วนมีเค้าโครงบางประการมาจากเรื่องจริงเสมอ
คะแนนความชอบ 7/10 ครับ
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว แคท อ่ะ แว้บ! แบบว่ารักอ่ะ

1473 0

หลังจากชม แคท อ่ะ แว้บ! แบบว่ารักอ่ะ แล้ว ก็พอจะบอกคร่าวๆ เป็นข้อๆ ได้ดังนี้ว่า

รีวิว Minions (2015) มินเนี่ยน

2289 0

โดยทั่วไปแล้ว หนังที่เอาตัวละครขโมยซีนเด่นๆ ประจำเรื่องมาทำเป็นภาคแยกนั้น ดีกรีความอร่อยมักลดปริมาณลง ส่วนหนึ่งอาจเพราะสัดส่วนความพอดีในการปรากฏตัวของตัวละครนั้นๆ น่ะครับ

รีวิว SPL 2: A Time for Consequences (2015) โหดซัดโหด

2118 0

SPL 2: A Time for Consequences หรือ โหดซัดโหด ถือเป็นภาคต่อจาก SPL ภาคแรกที่เจิ้นจื่อตันแสดงไว้ครับ เพียงแต่เป็นภาคต่อในลักษณะที่ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก แต่เรื่องราวไม่ได้ต่อกัน ไม่ได้เกี่ยวกัน ดาราเก่าจากภาคแรกที่มาแสดงอย่าง เยิ่นต๊ะหัว และ อู๋จิง ก็ไม่ได้มารับบทเดิมแต่อย่างใด