รีวิว IT (2017) อิท โผล่จากนรก (ตอนที่ 1)

รีวิว IT (2017) อิท โผล่จากนรก (ตอนที่ 1)

IT ฉบับมินิซีรี่ส์เมื่อปี 1990 คือหนังที่ทำให้ผมกลัวมากเมื่อสมัยเด็กๆ แต่ขณะเดียวกันผมก็ชอบมันมากขนาดซื้อวีดีโอเก็บไว้ แต่ผมไม่กล้าเก็บม้วนไว้ในห้องตัวเองครับ (เพราะกล่องสวมวีดีโอเป็นรูปเพนนีไวส์ ปีศาจร้ายประจำเรื่อง) จนต้องเก็บไว้ห้องโถงชั้นล่างที่มีคนเยอะๆ แล้วพอจะดูทีไรก็ต้องเปิดชั้นล่าง ไม่กล้าเอาขึ้นไปเปิดข้างบนเด็ดขาด

และนี่ถือเป็นหนังที่ทำให้ผมจดจำชื่อ Stephen King ได้แบบขึ้นใจ แล้วจากนั้นก็ควานหาฉบับนิยายมาอ่าน แน่นอนว่าผมชอบมากๆ อีกเช่นกัน แม้จะอ่านแล้วรู้สึกขวัญผวาแค่ไหนก็เถอะ แต่ก็ยังหาโอกาสอ่านซ้ำอยู่เรื่อยๆ…

พูดได้เต็มปากครับว่า IT เป็นหนังและหนังสือแห่งความทรงจำสำหรับผม จากความกลัวเมื่อวัยเยาว์ก็ค่อยๆ กลายมาเป็นความชอบ จนบอกได้ว่าผมผูกพันกับผลงานชิ้นนี้ของ Stephen King อย่างมาก เพราะแม้หน้าหนังมันจะว่าด้วยเรื่องราวน่ากลัว แต่เอาเข้าจริงแล้วแก่นของมันคือเรื่องของมิตรภาพในวัยเยาว์ และความทรงจำสีจางๆ

และผมดีใจครับที่ IT ฉบับใหม่นี้ สามารถจับเอาแก่นของเรื่องราวมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มได้อย่างน่าจดจำ… อย่างน้อยก็สำหรับผมครับ ซึ่งผมบอกได้เลยว่าผมชอบมันมาก และยกให้นี่เป็นหนึ่งในหนังที่ดัดแปลงจากผลงานของ King ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง (แต่ก็อย่างที่ผมบอกเสมอว่า แม้ผมจะชอบ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะชอบเสมอไป)

IT ว่าด้วยเหตุปริศนาที่เกิดในเมืองเดอร์รี่ในปี 1989 เมื่อมีเด็กเริ่มหายตัวไป หนึ่งในนั้นคือจอร์จี้ (Jackson Robert Scott) น้องชายของบิลล์ (Jaeden Lieberher) ซึ่งเขาเองก็ยังคงรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องออกไปเล่นคนเดียวในวันนั้น และในเวลาต่อมาเขาและเพื่อนๆ ก็ค้นพบเงื่อนงำประหลาดเกี่ยวกับประวัติของเมือง ที่ในทุกๆ 27 ปี เมืองเดอร์รี่จะต้องมีเหตุการณ์อันน่าสะพรึงเกิดขึ้น

แล้วในที่สุดพวกเขาก็เจอกับปีศาจร้ายที่มาในรูปของตัวตลกนามว่าเพนนีไวส์ (Bill Skarsgård) มันนี่เองคือสิ่งชั่วร้ายที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของเด็ก รวมถึงสารพัดความสยองที่เกิดขึ้นในเมือง… บิลล์กับพรรคพวกจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดยั้ง “มัน”

หน้าหนังนั้นคือแนวสยองครับ ซึ่งมันก็จะมีฉากน่ากลัวๆ และชวนหลอนแทรกลงมาเป็นพักๆ ซึ่งผมต้องยอมรับว่าผมไม่ถึงกับสะดุ้งสะเทือนอะไร ส่วนหนึ่งคงเพราะผ่านหนังสยองมาเยอะจนยอมรับว่าหลังๆ ผมดูหนังผีหนังสยองแล้วไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังชอบดูเพราะแม้เราจะไม่กลัวก็เถอะ แต่เราก็จะสัมผัสได้ว่าเรื่องไหนวางอารมณ์ความน่ากลัวได้ดีแค่ไหน วางจังหวะการหลอกและโปรยกลิ่นอายความสยองได้พอเหมาะหรือไม่… บางทีแม้เราจะไม่กลัว แต่ก็จับสัมผัสได้ครับว่าภาพที่เห็นตรงหน้ามันให้อารมณ์สยองได้กลมกล่อมไหม? ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ ผมว่ามันกลมกล่อมดีครับ

และเอาเข้าจริงผมว่าฉากน่ากลัวทั้งหลายที่มีนั้น มันไม่ได้เป็นการเล่าเพื่อความสยดสยอง แต่เล่าเพื่อบรรยายถึงสิ่งที่ King เขียนไว้ในนิยาย นั่นคือภาพของเมืองเดอร์รี่ที่มีปีศาจร้ายอย่างเพนนีไวส์ออกอาละวาด ลักษณะมันจะออกมาในโทนแฟนตาซีหน่อยๆ (ยิ่งถ้าใครเคยอ่านนิยายจะตระหนักได้ว่า บางส่วนมันออกแนวไซไฟด้วยซ้ำ)

ในมุมหนึ่ง ผมจึงมองฉากสยองทั้งหลายในเชิงแฟนตาซี ดูตรงจินตนาการมากกว่าจะดูว่ามันสยองพองขนแค่ไหน เพราะอย่างที่บอกครับว่าเอาเข้าจริงมันไม่ได้สยอง ดังนั้นหากใครคาดหวังว่าหนังจะสยองแบบ The Conjuring หรือ Insidious ล่ะก็ คงต้องปรับความคาดหวังใหม่ครับ เพราะมันเป็นความสยองกึ่งแฟนตาซี เป็นการเอาบรรยายกาศความสยองมาเล่าเพื่อรับใช้ประเด็นหลักของหนัง ซึ่งก็คือเรื่องชีวิตของพวกเด็กๆ มากกว่า

ผมจึงมองว่าจุดเด่นจริงๆ ของหนังไม่ใช่ที่ความสยอง ทว่ามันคือเรื่องราวในเชิง Coming of Age ของเด็กๆ ซึ่งการแสดงดีๆ ของเหล่าดาราเด็กทั้ง 7 คนถทอว่าสามารถสวมบทบาทตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งผมจะไม่บอกว่าคาแรคเตอร์ในหนังนั้นถอดมาจากหนังสือนะครับ เพราะบางจุดก็อาจมีบ้างที่ไม่ใช่ แต่โดยรวมแล้วผมเชื่อจริงๆ ว่าพวกเขาคือแก๊งขี้แพ้ที่ผมคุ้นเคยในนิยาย IT

ไม่ว่าจะบิลลี่ที่ติดอ่างประจำ แต่ก็เป็นผู้นำและมีเหตุผล, ริชชี่ (Finn Wolfhard) สี่ตาตัวฮาประจำกลุ่ม, เอ็ดดี้ (Jack Dylan Grazer) เด็กท่าทางขี้โรคที่แม่ห่วงและหวงจนเกินเหตุ, สแตน (Wyatt Oleff) เด็กที่ดูนิ่งๆ แต่เอาเข้าจริงก็เป็นคนคิดมากคิดเยอะ ซึ่ง 4 คนนี้คือกลุ่มเพื่อนดั้งเดิมครับ

ส่วนที่เหลืออีก 3 ที่เพิ่งมาแจมกลุ่มนี้ก็ได้แก่ เบน (Jeremy Ray Taylor) เด็กอ้วนขี้อายที่ตกเป็นเป้าโดนอันธพาลรังแกเสมอ, เบฟเวอร์ลี่ (Sophia Lillis) สาวแกร่งที่จำต้องทนอยู่กับพ่อ (ที่เธอรู้สึกว่าไม่เคยไว้ใจเขาได้เลย) และ ไมค์ (Chosen Jacobs) เด็กผิวดำที่มาแจมกลุ่มเป็นคนสุดท้าย
(ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาต่อกันครับ)
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

 

Similar Videos

รีวิว Runner Runner (2013) รันเนอร์ รันเนอร์ ตัดเหลี่ยมเดิมพันอันตราย

1384 0

Runner Runner นี่ก็อีกเรื่องที่พล็อตน่าสนใจครับ Justin Timberlake รับบท ริทชี่ นักศึกษาที่เล่นเกมพนันออนไลน์แล้วแพ้ แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าตัวเองจะแพ้น่ะครับ (และคิดว่าตนโดนโกง) เขาเลยเดินทางไปหาไอแวน บล็อก (Ben Affleck) เจ้าของเว็บที่ว่า แต่แล้วไปๆ มาๆ ไอแวนก็ชวนให้ริทชี่มาทำงานด้วยครับ ซึ่งเราก็คงพอเดาได้ไม่ยากว่าการร่วมงานกันของพวกเขา ย่อมไม่ได้มีแต่ความราบรื่น และอันที่จริงคือ อาจมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพยายามหาทางหักหลังอีกฝ่ายก็เป็นได้

รีวิว This Beautiful Fantastic (2016) มหัศจรรย์รักของเบลล่า (สปอยล์เต็มๆ)

1981 0

ผมชอบธีมของหนังครับ โดยหลักแล้วมันคือการเล่าช่วงหนึ่งของชีวิตคนที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ต้องก้าวออกจาก Comfort Zone ของตนเองไปเจอกับอะไรใหม่ๆ ก็เลยต้องมีการปรับตัวและทำความเข้าใจสิ่งใหม่ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

รีวิว Flatliners (2017) ขอตายวูบเดียว

2088 0

การรีเมค Flatliners ออกจะเป็นอะไรที่เสี่ยงอยู่ครับ เพราะการจะทำออกมาให้เด่นเท่าต้นฉบับนั้นค่อนข้างยาก (ยิ่งจะทำให้ออกมา “ดีกว่า” นี่จะยิ่งยากที่สุด) และผลลัพธ์ก็ดูเหมือนจะออกมาแล้วว่าหนังไปได้ไม่ไกลนัก