รีวิวซีรี่ส์ Grace and Frankie Season 1 (2015)

รีวิวซีรี่ส์ Grace and Frankie Season 1 (2015)

ซีรี่ส์เรื่องนี้ดูเพลินเลยครับ มันกลมกล่อม อร่อย ดาราเล่นดี บรรยากาศพอเหมาะ เป็นส่วนผสมที่พอดีคำระหว่างหนังสะท้อนความจริงเรื่องชีวิตกับอารมณ์ขันเจ็บๆ คันๆ ที่ชวนให้เราตั้งคำถามถึงเรื่อง “ความสัมพันธ์” ในมิติต่างๆ ของมนุษย์ จนผมนิยามเลยว่าเป็น “ซีรี่ส์ชีวิตผสมตลกที่เปี่ยมวุฒิภาวะ” ครับ

เรื่องของเกรซ (Jane Fonda) และ แฟรงกี้ (Lily Tomlin) 2 สาววัยดึกที่ต้องมาเจอเรื่องช็อคเมื่อสามีของพวกเธอที่เป็นเพื่อนกันมาหลายสิบปี ประกาศว่าจะขอแยกทางกับพวกเธอแล้วหันมาแต่งงานกันเองแทน

ทั้งเกรซและแฟรงกี้ก็อึ้งครับ ไปไม่เป็น นึกไม่ออกเลยว่าจะใช้ชีวิตไปทางไหนต่อ ในเบื้องต้นพวกเธอเลยมาอยู่ด้วยกันที่บ้านริมหาด แล้วก็พยายามตั้งหลักชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่ก็เป็นไปตามสูตรของหนังแนวนี้ครับ เกรซก็เป็นคนเจ้าระเบียบถือนั่นถือนี้ ในขณะที่แฟรงกี้ออกแนวฮิปปี้รักอิสระ พวกเธอเลยต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันอีกพักใหญ่ๆ ทีเดียว

ผมชอบเรื่องนี้แฮะ อย่างแรกเลยคือนักแสดงทุกคนเล่นกันได้ดีมากๆ ออกแนวน้อยแต่แน่นครับ คือไม่ได้เน้นการแสดงที่จัดจ้าน แต่จะเน้นการแสดงที่พอดี แสดงตัวตนและความรู้สึกออกมาแบบพอเหมาะ และที่สำคัญคือคาแรคเตอร์ของแต่ละคนดูน่ารักแบบเป็นธรรมชาติมากๆ


Fonda ไปได้ดีกับบทสาวติดหรูเจ้าระเบียบน่ะครับ แต่ก็ไม่ได้หรูจนน่ารำคาญ อย่างที่บอกครับว่ามันพอดีจริงๆ ไม่น้อยไป ไม่มากไป ส่วน Tomlin ก็ฮิปปี้ออกแนวอาร์ทได้น่ารักสุดๆ เรียกเสียงฮาได้เรื่อยๆ ถือเป็นการจับคู่ที่พอดีมากๆ

และอีกหนึ่งทีเด็ดของซีรี่ส์นี้คือบท 2 สามีของ 2 สาว ได้แก่ Martin Sheen ในบทโรเบิร์ต อดีตสามีของเกรซ และ Sam Waterston ในบทซอล อดีตสามีของแฟรงกี้ ซึ่งในชีวิตจริงเขาทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ครับ (มีลูกมีเมียแล้วด้วย) แต่ในเรื่องนี้พวกเขาสามารถถ่ายทอดบทคู่รักออกมาได้แบบน่ารักและน่าเชื่อสุดๆ ไปเลย

ยอมรับว่าตอนแรกก็คิดน่ะนะครับว่า Sheen กับ Waterson จะแสดงได้เนียนไหม ดูแล้วจะแปลกๆ ไหม แต่ผลที่ได้คือโคตรเนียน จนผมเชียร์ให้พวกเขาได้สมหวังและแต่งงานกันสมดังใจโดยเร็ว เพราะพวกเขาดูเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันในทุกด้านจริงๆ

ยิ่งฉากพวกเขาสวีทกันหรืองอนกันนี่ผมยิ้มทุกรอบเลยครับ มันเป็นอะไรที่ดูสวยงามอย่างยิ่ง พวกเขาดูเป็นคู่รักที่งดงามและถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน จนผมเองยังหันมาสำรวจตัวเองระหว่างดูเลยครับว่าผมสามารถทำให้บรรยากาศความรักในครอบครัวสวยงามแบบพวกเขาได้ไหม

กลายเป็นว่าผมรักทุกตัวละครในซีรี่ส์นี้น่ะครับ คู่แฟรงกี้กับเกรซก็น่ารักแบบหนึ่ง คู่ซอลกับโรเบิร์ตก็น่ารักอีกแบบหนึ่ง ไหนจะลูกๆ ของพวกเขาที่ต่างก็มีคาแรคเตอร์เด่นเฉพาะตัว บางตอนก็เสริมความฮา บางคราก็เพิ่มความซึ้ง เป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ ครับ

ผมยังชอบที่เนื้อหามันไม่เน้นขำจนเกินไป คือมันไม่ใช่ซิทคอมที่มีเสียงหัวเราะตบมุกน่ะครับ แต่มันเป็นซีรี่ส์ที่มีแก่นหลักว่าด้วยเรื่อง “ชีวิต” เพียงแต่สถานการณ์มันชวนให้ฮาเท่านั้นเอง แต่ตอนต้นๆ ของปีมันจะไม่เน้นขำครับ ซึ่งผมว่าเป็นอะไรที่เหมาะสมมากๆ นะ เพราะมันคือช่วงที่แต่ละคนต่างก็ตกอยู่ในความช็อค ทั้งเกรซทั้งแฟรงกี้ก็ต้องเสียสามีไปแบบไม่คาดฝัน และพวกเธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วย

ในขณะที่โรเบิร์ตกับซอลก็ทำตามหัวใจเรียกร้อง พวกเขาก็ไม่ได้อยากให้มันลงเอยแบบนี้ แต่พวกเขารักกันจริงๆ รักกันมากจนทนหลอกภรรยาของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป ก็เลยตัดสินใจแบบนั้นไป ซึ่งตอนแรกสุดของปีนี่อาจทำใหคนคาดหวังความขำเกิดคำถามว่ามันตลกตรงไหน ก็บอกได้เลยครับว่าความฮามันเริ่มติดเครื่องของตอนกลางๆ ครับ พอทุกคนเริ่มทำใจได้ พออะไรเริ่มเข้าที่เข้าทาง ความตลกก็จะเริ่มไหลมา อาจไม่ถึงขั้น “น้ำป่าหลาก” แต่ก็เปรียบได้ดั่ง “สายฝน” ที่โปรยมาปรอยๆ ไม่หนัก แต่ก็เย็นฉ่ำกำลังดี

เป็นซีรี่ส์ที่ทำให้ผมขำและยิ้มอย่างมีความสุขครับ มันสนุกแบบผ่อนคลาย และยังได้แง่คิดชีวิตคู่ แง่คิดการปรับตัวยามชีวิตเจอจุดพลิกผัน อีกทั้งแง่มุมที่น่าสนใจในเรื่องของความสัมพันธ์ มันไม่ใช่ฮาแบบเลอะเทอะ แต่เป็นการฮาที่สัมผัสได้ถึงวุฒิภาวะทั้งของตัวละครและผู้สร้างครับ
คะแนนความชอบ 7.5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

Similar Videos

รีวิว Sicario (2015) ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด

2081 0

สิ่งแรกที่ต้องบอกกล่าวกันก่อนคือ หากใครคาดหวังว่า Sicario เป็นหนังแอ็กชันยิงมันส์ไล่ล่าถล่มเมืองแล้วล่ะก็ ขอให้ปรับความเข้าใจโดยไวเลยครับผม เพราะมันไม่ได้เป็นหนังบู๊มันส์สะใจอะไรแบบนั้นเลย

รีวิว Dead Rising: Watchtower (2015) เชื้อสยองแพร่พันธุ์ซอมบี้

2483 0

เนื่องจากผมไม่เคยสัมผัสเกมมา ก่อนจึงไม่อาจทราบได้ว่า Dead Rising: Watchtower ออกมาเหมือนหรือต่างกับเกมแค่ไหนน่ะนะครับ แต่เท่าที่พอจะบอกได้ก็คือ ถ้าใครชอบดูหนังซอมบี้ เรื่องนี้ก็ถือว่าดูเพลินๆ แก้ขัดได้ในระดับหนึ่ง

รีวิว The Heineken Kidnapping (2011)

2181 0

นี่คือหนังต้นฉบับของเรื่องราวการลักพาตัวเฟรดดี้ ไฮเนเก้นเมื่อปี 1983 ครับ ตัวหนังเป็นสัญชาติเนเธอร์แลนด์โดยตรงเลยครับ