รีวิว Song of the Sea (2014) เจ้าหญิงมหาสมุทร

รีวิว Song of the Sea (2014) เจ้าหญิงมหาสมุทร

s001

ได้ยินคำร่ำลือมานานว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีดีหลายสถาน ครั้นพอดูแล้วก็พบว่าดีจริงตามเขาว่าครับ ทำออกมาได้ดีครบรสชาติแล้วภาพยังสวยงามมากมายอีกด้วย จนอยากจะ Highly Recommended ไว้ตรงนี้เลยน่ะครับ

นี่เป็นหนังร่วมทุนนานาชาติครับ ได้แก่ ไอร์แลนด์, เบลเยียม, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส และลักเซมเบิร์ก เรื่องราวออกแนวเทพนิยายผสมชีวิต เล่าถึงครอบครัวหนึ่งที่ประกอบด้วยพ่อ, แม่, ลูกชาย และลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาออกมาดูโลก

แล้วหนังก็ตัดเหตุการณ์มาเล่าเรื่องใน 6 ปีต่อมา ลูกชายที่ชื่อ เบนตอนนี้ก็ได้ 10 ขวบแล้ว เขาอยู่กับพ่อและน้องสาวที่ชื่อ เซียร์ช่า ในขณะที่แม่นั้นได้จากพวกเขาไป ณ ตอนที่ตลอดเซียร์ช่านั่นแหละ และนั่นก็เป็นเหตุให้เบนกับเซียร์ช่าค่อนข้างห่างเหินกันหน่อยๆ

เซียร์ช่านั้นเป็นเด็กที่ไม่พูดครับ จนใครๆ ก็แทบจะคิดว่าเธอเป็นใบ้ แต่แน่นอนว่าเธอมีความพิเศษอยู่ในตัว และความพิเศษนี่แหละที่นำมาสู่การผจญภัยครั้งสำคัญของเบนและเซียร์ช่า ซึ่งจะไขความลับของเซียร์ช่า อีกทั้งเผยปริศนาเรื่องการจากไปของแม่เมื่อ 6 ปีก่อนด้วย

s002
หนังสนุกครับ พล็อตเรื่องอาจไม่แปลกใหม่ แต่เล่าได้สนุกมาก โอเคตอนต้นๆ ราวๆ 15 นาทีแรกอาจดูเรื่อยๆ ไปบ้าง เพราะหนังต้องใช้เวลาในการปูเรื่อง วางปมต่างๆ แต่พอหนังเริ่มเล่าเรื่องการผจญภัยความสนุกก็ไหลมาทันที

จุดเด่นเป็นล้นพ้นของหนังคือภาพครับ งานภาพทำได้สวยมาก ลายเส้นเปี่ยมเอกลักษณ์แบบการ์ตูนยุโรปที่มักจะผสานสไตล์เข้ากับศิลป์ในเรื่อง ได้ออกมาเป็นภาพงามๆ แปลกตาแทบทุกฉากทุกตอน คือจริงๆ แค่ดูภาพก็คุ้มแล้วน่ะครับ มันสวย มันได้อารมณ์ มันมีสีสันมากจริงๆ

ในแง่การผจญภัยก็ชวนติดตามครับ อย่างที่บอกว่าหนังออกแนวเทพนิยายแฟนตาซี ผสมกับตำนานแบบยุโรป ผลที่ได้ก็ถือว่าน่าจดจำเอามากๆ เลยล่ะครับ ตัวละครทุกตัวมีคาแรคเตอร์ของตัวเอง สถานที่แต่ละแห่งที่เบนและเซียร์ช่าเดินทางไปก็มีจุดเด่นในตัวมันเอง ถือเป็นการร้องเรียงเรื่องราวเข้ากับงานภาพได้อย่างน่าปรบมือจริงๆ

สำหรับผมนะครับ งานภาพอร่อยมาก มันจะแตกต่างจากงาน CG แบบ Pixar, ไม่เหมือนลายเส้นแบบ Ghibli แต่มันคือสไตล์ของยุโรปที่ปกติก็มีเสน่ห์อยู่แล้วนะ แต่กับเรื่องนี้เหมือนว่าเสน่ห์เหล่านั้นถูกขับถูกเน้นให้มันเด่นเตะตายิ่งขึ้น และที่สำคัญคือมันเข้ากับเรื่องราวเป็นอย่างดีด้วย

s003
เป็นหนังที่น่าเอามาดูคู่กับ When Marnie Was There ครับ มันได้อารมณ์เหมือนเราเดินเที่ยวในแกลเลอรี่ภาพสวยๆ น่ะ เรื่อง Marnie ก็ออกแนวภาพสีน้ำ, สีน้ำมัน ส่วนเรื่องนี้ก็ให้อารมณ์ Surreal ให้อารมณ์ Abstract มันเป็นความงดงามที่ดูแล้วอิ่มเอมอย่างยิ่งจริงๆ

หรือถ้าจะพูดในแง่เนื้อหา ก็ถือว่าเล่าได้ดีครับ การผจญภัยเล่าได้สนุก ส่วนเรื่องเชิงดราม่าก็ทำได้ซึ้ง กินใจ สวยงาม และเปี่ยมความหมาย แน่นอนครับว่ามันไม่ใช่ของใหม่ แต่การนำเสนอและองค์ประกอบหลายๆ อย่างของหนังสามารถเล่าจนเรียกน้ำตาผู้ชมได้เลยล่ะครับ

จัดเป็นการ์ตูนแฟนตาซีผจญภัยน้ำดีที่ภาพสวยจนไม่อยากให้พลาดกันเลยครับ ดูแล้วมีความสุข (แต่ก็ไม่เถียงว่าดูแล้วก็อาจร้องไห้เหมือนกัน) และผมคงหยิบมาดูซ้ำอีกถ่ามีโอกาส เพราะภาพสวยงามเกินห้ามใจจริงๆ

ปล. เรื่องนี้ดูแล้ว ลูกสาวตัวน้อยของผมอินมากมายครับ พอดูจบถึงกับกอดแม่ไม่ยอมปล่อยทีเดียว ดังนั้นหากพ่อแม่คนไหนคิดจะเปิดหนังเรื่องนี้ให้ลูกดู ขอให้ท่านอยู่กับลูกด้วยจนจบนะครับ อย่าเปิดทิ้งไว้แล้วไปทำอย่างอื่นเด็ดขาด (ประมาณว่าเปิดให้ลูกดูฆ่าเวลา แล้วเราจะได้ไปทำอย่างอื่น… หนังเรื่องนี้ถือว่าไม่เหมาะกับการนั้นเท่าไรครับ)

ขอให้อยู่กับลูก กอดลูก และสื่อสารให้ลูกรู้ว่าเขาสำคัญต่อเราเพียงไหน และสัญญากับเขาว่าเราจะทำเพื่อเขาให้ดีที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าเราจะต้องเจอกับเรื่องดีแย่แค่ไหนก็ตาม
คะแนนความชอบ 8.5/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
s004

Similar Videos

รีวิว Everybody Wants Some!! (2016) อยากได้ไหม ใครสักคน (ตอนที่ 1)

37 0

เรื่องนี้ก็เข้าทางผมอีกแล้วครับ หนังสไตล์ย้อนยุค ถ่ายทอดแง่มุมชีวิตวัยรุ่นวัยเรียน และกลั้วอารมณ์แบบหนัง Coming of Age เข้าไปอีกหน่อย เป็นอะไรที่ผมชอบอยู่แล้ว ไหนจะชื่อผู้กำกับ Richard Linklater (ไตรภาค Before Sunrise และ Boyhood) เรื่องนี้เลยเป็นหนังน่าดูภาคบังคับสำหรับผมครับ

รีวิว Real Steel (2011) ศึกหุ่นเหล็กกำปั้นถล่มปฐพี

2445 0

https://www.youtube.com/watch?v=3S8a180uYBM “อย่างมันส์ อย่างอิน และอย่างฟิน” คือคำจำกัดความที่ผมมอบให้ Real Steel ครับ

รีวิว Tucker and Dale vs. Evil (2010)

2419 0

ผมได้ยินชื่อ Tucker and Dale vs. Evil มานานครับ เขาว่ากันว่าหนังสนุก แต่ก็ยังไม่เคยลองสักที เพิ่งได้ดูก็เมื่อไม่นานนี้แหละครับ และผลก็คือ ผมชอบกับเขาด้วยแฮะ