Tag "รีวิวหนัง"

รีวิว What If (2014) รักได้มั้ย ถ้าหัวใจแอบรัก

1670 0

What If  ชวนให้นึกถึงหนังแนวเพื่อนแอบรักเพื่อนอย่าง When Harry Met Sally ซึ่งจุดที่จะทำให้หนังสนุกก็อยู่ที่ว่า “บทสนทนาระหว่างพระเอกนางเอกจะออกรสอร่อยไหม“

รีวิว The Purge: Anarchy (2014) คืนอำมหิต คืนล่าฆ่าไม่ผิด

2321 0

พูดได้แบบเต็มปากเต็มคำว่าชอบ The Purge: Anarchy เป็นยิ่งนัก ตอนดูช่วง 10 นาทีแรกก็ยังไม่รู้สึกอะไรนะครับ เพราะถ้าให้ว่าตามจริงแล้วภาคแรกเปิดเรื่องได้น่าสนใจกว่า ไม่ว่าจะเพราะหน้าดาราหรือการเปิดประเด็นเรื่อง “คืนล้างบาป” ที่ทำให้รู้สึกว่าหนังมาพร้อมความสดใหม่ ในขณะที่ภาคนี้เปิดเรื่องมาเหมือนหนังชีวิตที่เรื่อยๆ ยังไม่ถึงกับโดนใจอะไร แต่พอคืนล้างบาปเริ่มเท่านั้นล่ะ… “ของมันส์ๆ” ไหลมาเทมาทันที

รีวิว The Purge (2013) คืนอำมหิต

1736 0

ในแง่หนังระทึกขวัญ The Purge ถือว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ อาจไม่ถึงกับตื่นเต้นหรือลุ้นอะไรมากมาย จุดดีจริงๆ ของหนังคือความสดในเรื่องของ “คืนล้างบาป” ที่เข้าใจคิดจริงๆ

รีวิว 22 Jump Street (2014) สายลับรั่วป่วนมหาลัย

2100 0

รีวิวหนัง 22 Jump Street เป็นภาคต่อที่ทำออกมาได้ฮาอย่างแรงจริงๆ ครับ มันสนุกโคตรๆ หนังรวยมุขมากๆ ไม่ว่าจะมุขตลกท่าทาง, ตลกคำพูด, มุขแซวตัวเอง, มุขแซวหนังภาคต่อ, มุขแซวเด็กมหาลัย และมุขยิบย่อยที่หนังสอยเสียงหัวเราะจากผมไปได้หลายกระบุงสุดๆ

รีวิว 21 Jump Street (2012) สายลับร้ายไฮสคูล

2659 1

รีวิวหนัง 21 Jump Street ถือเป็นหนังตำรวจคู่หูคู่ฮาที่ทำออกมาเพลินมากๆ เรื่องหนึ่งครับ Jonah Hill กับ Channing Tatum เล่นคู่กันได้พอดีพอเหมาะจริงๆ คนหนึ่งก็อ้วนเตี้ยเนิร์ดหน่อยๆ อีกคนก็เน้นใช้กำลัง ไม่ถนัดใช้สมอง

รีวิว ความลับนางมารร้าย (2014)

1913 0

ความลับนางมารร้าย มีองค์ประกอบเข้าท่าหลายอย่าง ตั้งแต่การแสดงที่เด่นเอาเรื่องของอาเล็ก ธีรเดช, ความกวนยวนๆ ของพี่ยัด เฟ็ดเฟ่, รัศมีของคุณเพ็ญพักตร์ที่สามารถขโมยซีนได้ทุกรอบที่ปรากฏตัว และความน่ารักในหลายวาระของมิน พีชญา (เช่น ฉากท้ายเรื่อง เป็นต้น)

รีวิว Rurouni Kenshin: The Legend Ends (2014) รูโรนิ เคนชิน คนจริงโคตรซามูไร

2012 0

ยกให้ Rurouni Kenshin: The Legend Ends เป็นหนังที่มีฉากดวลดาบ “โคตรมันส์ที่สุด” ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา!!!

รีวิว Rurouni Kenshin: Kyoto Inferno (2014) รูโรนิ เคนชิน เกียวโตทะเลเพลิง

138 0

หลังจากภาคแรกทำออกมาเวิร์ก ก็ตามดูต่อกับภาค 2 ครับกับ Rurouni Kenshin: Kyoto Inferno ที่ทำออกมาเวิร์กเหมือนกัน คราวนี้มือสังหารที่มาพร้อมเพลิงแค้น ชิชิโอ มาโคโตะ (Tatsuya Fujiwara) ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกองทัพซามูไรนอกแถว และมีแผนยึดครองประเทศญี่ปุ่น ทำให้ฮิมุระ เคนชิน (Takeru Satô) ซามูไรพเนจรเจ้าของดาบสลับคมต้องออกโรงอีกครั้ง

รีวิว Rurouni Kenshin (2012) เคนชิน ซามูไร X

1942 0

Rurouni Kenshin หรือ “ซามูไรพเนจร” ฉบับหนังใหญ่ถือว่าทำออกมาสนุก น่าติดตามดีครับ สารภาพว่าไม่เคยอ่านฉบับการ์ตูนมาก่อน (การ์ตูนแนวแอ็กชันของญี่ปุ่นนี่ หลังจาก Dragonball มาก็ไม่เคยอ่านอะไรอีกเลย 555) แต่ก็เพลินกับหนังครับ เรื่องของ ฮิมุระ เคนชิน (Satô Takeru) เจ้าของฉายา “มือพิฆาตบัตโตไซ” ยอดฝีมือในตำนานที่เลือกจะหันหลังให้กับการฆ่าคน (คือยังพกดาบอยู่ แต่เป็นดาบสลับคม โดยด้านคมจะหันเข้าหาตัวเอง) แต่แล้วเมื่อแผ่นดินญี่ปุ่นมีพวกชั่วร้ายเหลิงในอำนาจเกิดขึ้น เขาก็ต้องกลับมาปราบคนพาลอภิบาลคนดี ก็ขอเล่าสั้นๆ แบบคนไม่มีพื้นการ์ตูนเรื่องนี้ล่ะนะครับ ดูสนุกดี แอ็กชันก็มันส์ทีเดียว โดยเฉพาะตอนเคนชินซัดกับตัวสวมหน้ากาก คู่นี้ตีกันออกรสสุดๆ ครับ รวดเร็ว เมามันส์ เร้าใจ (แบบไม่มั่ว) กำลังดีเลยครับ กระนั้นหนังก็เหมือนกับหนังญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่จะไม่กระชับ มีบางช่วงอืดช้าไปบ้าง

รีวิวซีรี่ส์ Arrow แอร์โรว์ คนธนูมหากาฬ ปี 1

1462 0

ผมว่านักดูหนังยุคนี้ได้กำไรมากขึ้นนะครับ เพราะซีรี่ส์ปัจจุบันก็แข่งกันทำออกมาให้สนุกน่าติดตาม บางเรื่องมันส์และอลังการไม่แพ้หนังฉายโรงเลย และหนึ่งในซีรี่ส์สนุกๆ ของยุคนี้ก็คงต้องมีชื่อ Arrow ติดอันดับต้นๆ ในใจใครหลายคน Arrow คือการนำเอาซูเปอร์ฮีโร่ค่าย DC อย่าง “กรีน แอร์โรว์” มายกเครื่องลงจอใหม่โดยผูกเรื่องสร้างปมให้สมกับเป็นหนังยุคนี้ เรียกว่ามีการปรับและอัพเกรดหลายอย่างครับ เพราะตัวละครนี้ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1941 (หรือ พ.ศ. 2484… พ่อแม่ผมยังไม่เกิดเลยนะนั่น 555) ตัวละครนี้มีการโผล่มาแจมให้คนดูรู้จักตั้งแต่สมัยซีรี่ส์ Smallville ทีนี้พอเรื่องนั้นจบทาง Warner ก็ตัดสินใจสร้างใหม่พร้อมลงทุนเต็มที่ (ส่วนหนึ่งก็เพื่อรับมือกับความแรงของฮีโร่ค่าย Marvel) และผลที่ได้ก็คือความมันส์ที่น่าติดตามครับ ปี 1 ของซีรี่ส์นี้จัดว่าเด็ดเลยครับ ออกมาอย่างมันส์ ดูแล้วไม่ผิดหวังครับ ทีนี้ถ้าถามว่าชอบอะไรบ้าง ก็ขอว่าเป็นข้อๆ ดังนี้ 1.

รีวิว Night at the Museum: Secret of the Tomb (2014) ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม ความลับสุสานอัศจรรย์

2287 0

Night at the Museum: Secret of the Tomb ทำให้นึกถึงเกมลุยด่านของเครื่อง Famicom สมัยก่อนน่ะครับ เปิดเรื่องมาก็มีเหตุให้ตัวเอกต้องไปลุยในปราสาทหรืออะไรสักอย่าง แล้วพวกพระเอกก็ลุยไป เจออุปสรรค+กับดัก+ค่ายกลระหว่างทาง มีบอสแต่ละห้องให้ปราบ ปราบเสร็จก็ไปห้องถัดไป ดูภาคนี้แล้วมันอารมณ์นั้นเลย ก็ยังดูเพลินนะครับ แต่ภาคนี้แลร์รี่ (Ben Stiller) ดูนิ่ง ฉลาดขึ้น เรียกว่าจากประสบการณ์ 2 ภาคก่อนสร้างให้เขาเป็น “ยามเหนือยาม” ไปแล้ว (555) ส่วน Robin Williams ก็มาเนิ่บๆ สนุกๆ ตามบทจะอำนวยครับ (ยอมรับว่าซีนสุดท้ายของลุงเขา ทำให้คิดถึงเหมือนกันนะครับ) Owen Wilson กับ

รีวิว Taken 3 (2015) เทคเคน 3 ฅนคมล่าไม่ยั้ง

1555 0

ขอแบ่งการพูดถึง Taken 3 ออกเป็น 2 ช่วงนะครับ ช่วงแรกเป็น Softcore อ่านเบาๆ  และช่วงหลังเป็น Hardcore ขอจัดเต็ม 555 +++ Softcore +++ จุดแข็งของหนังชุด Taken คือช่วงต้นเรื่องอันเป็นการปูพื้นบอกเล่าความสัมพันธ์ตัวละครครับ (เพราะมีหนังบู๊น้อยเรื่องทำได้แบบนี้) ซึ่ง 20 นาทีแรกของ Taken 3  ถือเป็นจุดที่ผมรู้สึกโอเคที่สุด ได้เห็นไบรอัน มิลส์ (Liam Neeson) ซื้อของเล่นให้ คิม (Maggie Grace) และถ่านไฟเก่าคุกับอดีตภรรยา (Famke Janssen) ส่วนเนื้อหาหลังจากนั้นก็คือไบรอันโดนใส่ความว่าฆ่าคน เขาเลยต้องหนีการตามล่าของตำรวจ พร้อมสืบหาฆาตกรเพื่อเคลียร์ตัวเอง

รีวิว Daybreakers (2009) วันแวมไพร์ครองโลก

44 0

เป็นหนังแวมไพร์ที่ไม่ธรรมดา มาพร้อมไอเดีย แง่คิด และจัดว่ามีความสดพอตัว เหตุในหนังนั้นเกิดในโลกอนาคตครับ เมื่อคนส่วนใหญ่บนโลกกลายเป็นแวมไพร์กันหมด และเมื่อปฏิทินมาถึงปี 2019 ปรากฏว่าเลือดเกิดขาดแคลนเพราะมนุษย์ก็โดนล่าไปเกือบหมด ทำให้ต้องมีการหาทางผลิตเลือดทดแทน และเอ็ดเวิร์ด ดัลตัน (Ethan Hawke) ก็คือหัวหน้าทีมวิจัยที่กำลังค้นคว้าอยู่ แต่แล้วในเวลาต่อมาเขาก็ได้พบกับ ไลโอเนล คอร์แม็ค (Willem Dafoe) มนุษย์ที่มาพร้อมวิธีการแก้พิษแวมไพร์ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีครับ เพราะคนจะได้เลิกกินเลือดแล้วกลับไปเป็นคนธรรมดา ไม่ต้องมาฆ่ากันอีกต่อไป เอ็ดเวิร์ดก็เลยตัดสินใจร่วมมือกับเขาและมนุษย์ที่เหลืออยู่ เพื่อช่วยให้มนุษย์กลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิม แต่ก็แน่นอนว่าเขาไม่สามารถดำเนินแผนได้ดั่งใจนัก เพราะยังมีแวมไพร์อีกมากที่ไม่อยากกลับไปเป็นคน ประมาณว่าแวมไพร์น่ะมีพลังสารพัด ดีกว่ากลับไปเป็นคนตั้งเยอะ หรือไม่บางคนก็กลายเป็นแวมไพร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งกายและใจไปแล้ว ดังนั้นการถอนพิษแวมไพร์ก็เท่ากับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสายตาของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเอ็ดเวิร์ดเลยต้องเจอกับการไล่ล่าจนได้ อย่างแรกที่เข้าท่ามากๆ ก็คือโทนเรื่องกับการจัดแสงที่นับว่าดีทีเดียว เพราะทั้งโลกเป็นดินแดนที่มีแต่แวมไพร์อาศัย รูปแบบตึกรามบ้านช่องและในเมืองเลยออกแนวมืดๆ ไม่ค่อยมีแสงส่องถึง ซึ่งทำให้อารมณ์หนังดูหม่นไปในตัว การเดินเรื่องก็ดูเพลินใช้ได้

รีวิว Fright Night (2011) คืนนี้ผีมาตามนัด

2758 2

Fright Night เวอร์ชั่นต้นฉบับเมื่อปี 1985 นั้นบอกได้เลยครับว่าสนุก ครบเครื่องทั้งความสยองและอารมณ์ขันที่ผสมลงมาแบบพอเหมาะ และที่ต้องยกนิ้วให้อย่างแรงคือการดำเนินเรื่องที่สามารถไต่ระดับความตื่นเต้นได้แบบถึงเครื่อง ดูไปลุ้นไป ยิ่งใกล้จบก็ยิ่งลุ้นว่าเรื่องจะไปทางไหนต่อ จนผมก็ขอยกหนังเรื่องนี้ขึ้นหิ้งให้เป็นหนังแวมไพร์ที่ผมชอบมากอันดับต้นๆ เอามาเปิดดูซ้ำบ่อยเหมือนกัน

รีวิว Eden Lake (2008) หาดนรก สาปสวรรค์

2067 0

Eden Lake ถือเป็นหนังสยองที่ผมดูแล้วรู้สึกกลัวครับ น่ากลัวไม่ใช่น้อยทีเดียว ที่บอกว่าน่ากลัวนี่ไม่ได้หมายถึงฉากการฆ่าที่สยดสยองแบบหนังศุกร์ 13 นะครับ มันอาจไม่แหวะขนาดนั้น แต่มันสร้างความสยองด้วยเรื่องราว บรรยากาศต่างๆ ที่ออกแนวสมจริงและชวนให้กลัวไปถึงขั้วหัวใจ หนังเล่าถึง สตีฟ (Michael Fassbender) และ เจนนี่ (Kelly Reilly) คู่รักที่ตัดสินใจไปตากอากาศกันในป่าเขาลำเนาไพรแบบสองต่อสอง แต่แล้วไม่นานบรรยากาศโรแมนติกที่ทั้งสองต้องการก็จบลง เพราะมีกลุ่มเด็กแถวนั้นมาวิ่งเล่นส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว จากการกวนเล็กๆ ที่แค่น่ารำคาญก็เริ่มทวีความรุนแรง จนสตีฟเองก็ทนไม่ไหวและหาทางโต้คืนบ้าง แล้วต่างฝ่ายต่างก็โต้กลับด้วยวิธีที่แรงขึ้นๆ จนถึงขั้นทำร้ายหมายจะเอาชีวิตกัน ดูจบแล้วรู้สึกกลัวขึ้นมาเลยครับ เพราะมันสยองแบบ “เป็นไปได้” มันเกิดกับใครก็ได้ครับที่จะไปเที่ยวแล้วเจอคนมาก่อกวนแบบนี้ แล้วปฏิเสธไม่ได้ครับว่าคนสมัยนี้มีปริมาณ “ขันติ” หรือความอดทนต่อกันน้อยลง ทำให้มีเรื่องกันได้ง่ายขึ้น จากเรื่องผิดใจกันเล็กๆ ก็สามารถลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้อย่างง่ายดายหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ระงับจิตใจให้ทัน ยิ่งถ้าแรงด้วยกันทั้งสองฝ่ายล่ะไม่ต้องพูดถึงล่ะครับ อย่างเหตุการณ์ในเรื่องก็เริ่มจากเรื่องเล็กๆ เท่านั้น