Tag "7/10"

รีวิว This Is Where I Leave You (2014)

1677 0

This Is Where I Leave You คือผลงานกำกับของ Shawn Levy ที่เขาทำก่อน Night at the Museum: Secret of the Tomb ครับ

รีวิว Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Day (2014) วันอลวนของครอบครัวอลเวง

1948 0

Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Day ดัดแปลงจากหนังสือสำหรับเด็กที่ได้รับความนิยมมาหลายสิบปีครับ (ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1972) เนื้อเรื่องว่าด้วยหนุ่มน้อย อเล็กซานเดอร์ (Ed Oxenbould) ที่ชีวิตของเขาเต็มด้วยคำว่า “ซวยซ้ำซ้อน” และ “ซวยซ้ำซาก” แต่พ่อแม่พี่น้องเขากลับไม่มีใครเข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว

รีวิว The A-Team (2010) เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย

1809 0

The A-Team รีเมคจากซีรี่ส์เก่าที่ฉายระหว่างปี 1983 – 1987 ครับ กับเรื่องราวของหน่วยทหารที่พร้อมปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายทุกรูปแบบ โดยสไตล์ก็คือ Mission: Impossible ภาคทหารลุยระเบิดนั่นเอง

รีวิว The Wolverine (2013) เดอะ วูล์ฟเวอรีน

1985 0

The Wolverine อาจเป็นหนังชุด X-Men ภาคที่มีคนชอบพอๆ กับที่มีคนเฉยน่ะนะครับ เพราะปริมาณแอ็กชันไม่เยอะ ลีลาแฟนตาซีสไตล์มิวแตนท์ตีกันก็ไม่มาก เนื้อหาก็ไม่ถึงกับสดใหม่อะไรนัก

รีวิว ตุ๊กแกรักแป้งมาก (2014) Chiang Khan Story

1751 0

  ในฐานะที่ตามดูหนังพี่ต้อม ยุทธเลิศมาสิบกว่าปี ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดเสมอยามดูหนังของพี่เขาคือ หนังมักจะมีจุดโดนๆ ในช่วงต้น พอมาถึงกลางเรื่องก็มักจะมีจุดที่ทำให้รู้สึกแย้งในใจเล็กๆ หรือรู้สึกว่า “มันไม่ใช่แฮะ”

รีวิว Bad Neighbours (2014) เพื่อนบ้านมหา(บรร)ลัย

2209 0

Bad Neighbours อีกหนึ่งหนังฮาม้ามืดของปีก่อน ดูแล้วก็สนุกดีครับ ฮาได้เรื่อยๆ เพลินใช้ได้ทีเดียว

รีวิว What If (2014) รักได้มั้ย ถ้าหัวใจแอบรัก

1945 0

What If  ชวนให้นึกถึงหนังแนวเพื่อนแอบรักเพื่อนอย่าง When Harry Met Sally ซึ่งจุดที่จะทำให้หนังสนุกก็อยู่ที่ว่า “บทสนทนาระหว่างพระเอกนางเอกจะออกรสอร่อยไหม“

รีวิว Daybreakers (2009) วันแวมไพร์ครองโลก

306 0

เป็นหนังแวมไพร์ที่ไม่ธรรมดา มาพร้อมไอเดีย แง่คิด และจัดว่ามีความสดพอตัว เหตุในหนังนั้นเกิดในโลกอนาคตครับ เมื่อคนส่วนใหญ่บนโลกกลายเป็นแวมไพร์กันหมด และเมื่อปฏิทินมาถึงปี 2019 ปรากฏว่าเลือดเกิดขาดแคลนเพราะมนุษย์ก็โดนล่าไปเกือบหมด ทำให้ต้องมีการหาทางผลิตเลือดทดแทน และเอ็ดเวิร์ด ดัลตัน (Ethan Hawke) ก็คือหัวหน้าทีมวิจัยที่กำลังค้นคว้าอยู่ แต่แล้วในเวลาต่อมาเขาก็ได้พบกับ ไลโอเนล คอร์แม็ค (Willem Dafoe) มนุษย์ที่มาพร้อมวิธีการแก้พิษแวมไพร์ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีครับ เพราะคนจะได้เลิกกินเลือดแล้วกลับไปเป็นคนธรรมดา ไม่ต้องมาฆ่ากันอีกต่อไป เอ็ดเวิร์ดก็เลยตัดสินใจร่วมมือกับเขาและมนุษย์ที่เหลืออยู่ เพื่อช่วยให้มนุษย์กลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิม แต่ก็แน่นอนว่าเขาไม่สามารถดำเนินแผนได้ดั่งใจนัก เพราะยังมีแวมไพร์อีกมากที่ไม่อยากกลับไปเป็นคน ประมาณว่าแวมไพร์น่ะมีพลังสารพัด ดีกว่ากลับไปเป็นคนตั้งเยอะ หรือไม่บางคนก็กลายเป็นแวมไพร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งกายและใจไปแล้ว ดังนั้นการถอนพิษแวมไพร์ก็เท่ากับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสายตาของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเอ็ดเวิร์ดเลยต้องเจอกับการไล่ล่าจนได้ อย่างแรกที่เข้าท่ามากๆ ก็คือโทนเรื่องกับการจัดแสงที่นับว่าดีทีเดียว เพราะทั้งโลกเป็นดินแดนที่มีแต่แวมไพร์อาศัย รูปแบบตึกรามบ้านช่องและในเมืองเลยออกแนวมืดๆ ไม่ค่อยมีแสงส่องถึง ซึ่งทำให้อารมณ์หนังดูหม่นไปในตัว การเดินเรื่องก็ดูเพลินใช้ได้